เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 19: อาชีพที่ต้องทำ 24 ชั่วโมง Print
Written by คมสัน สุริยะ   

อาจารย์มิ่งสรรพ์เคยสอนผมว่า อาชีพนักวิจัยเป็นอาชีพที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง เพราะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลาอาบน้ำ แปรงฟัน ทานอาหาร หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์ ทั้งคิดในเรื่องที่กำลังทำวิจัยติดพันอยู่ และในเรื่องที่คิดจะขอทุนวิจัยในอนาคต  

เรื่องนี้จริงหรือไม่จริงก็ขอให้ลองมองดูอาร์คีมีดีส ผู้ที่ฉลาดที่สุดในโลกในสมัยหนึ่ง ซึ่งคิดเรื่องการหาปริมาตรมงกุฎทองคำด้วยการแทนที่น้ำได้เมื่อเขาก้าวตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ แล้วเมื่อคิดออกก็วิ่งแก้ผ้าออกมาจากห้องอาบน้ำ (ซึ่งผู้คนสมัยนั้นไม่ถือกัน) แล้วตะโกนว่า ยูเรกา ข้ารู้แล้ว

นักวิจัยจะมีนิสัยคล้าย ๆ กันคือความคิดจะไหลออกมาในเวลาใดเวลาหนึ่งอย่างรวดเร็วเหมือนสายน้ำที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด ในเวลานั้นนักวิจัยจะสามารถเขียนงานได้อย่างต่อเนื่องและได้ปริมาณงานมากอย่างประหลาด แต่ในเวลาอื่นนักวิจัยคนเดียวกันอาจจะคิดอะไรไม่ออก แม้ว่าจะพยายามทำงานมากเพียงใดก็ตาม

ปัญหานี้เกิดขึ้นก็เพราะการวิจัยเป็นกระบวนการบ่มเพาะความคิด นักวิจัยที่รับข้อมูลเข้ามาเรื่อย ๆ ทุกวันและเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้เรื่อย ๆ แต่นักวิจัยอาจจะเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจประจำวัน (โดยเฉพาะเรื่องการเงินของโครงการที่ยุ่งยากและหยุมหยิมมาก ขอแนะนำให้จ้างผู้ช่วยคนหนึ่งขึ้นมาเพื่อจัดการเอกสารการเงิน ซึ่งงานนี้ก็คงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ต้องทำ 24 ชั่วโมงเช่นกัน) นักวิจัยจึงไม่สามารถมุ่งความสนใจไปยังเรื่องใดเรื่องหนึ่งในเชิงลึกได้ตลอดเวลา แต่ความสนใจในเรื่องที่วิจัยยังค้างอยู่ในสมองและในจิตใจ เมื่อมีสิ่งใดมาเปิดลิ้นชักความคิดนั้นออกมา ย่อมทำให้ความคิดที่บ่มเพาะอยู่พรั่งพรูออกมาจากลิ้นชักนั้น โดยเฉพาะในเวลาที่ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย

การฟังเพลงหรือร้องคาราโอเกะก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยทำให้คลื่นสมองของนักวิจัยเกิดความเป็นระเบียบมากขึ้น การอ่านออกเสียง (คือ การร้องเพลงโดยการอ่านเนื้อร้องจากคาราโอเกะ) จะทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเหมาะกับนักวิจัยคือต้องประสานความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน

ดังนั้นการเป็นนักวิจัยจึงไม่ใช่งานที่จะเริ่มทำตอน 8 โมงเช้า และเลิกงานตอน 5 โมงเย็นได้ ผู้ที่อยากเป็นนักวิจัยจึงต้องทำใจในจุดนี้ คนที่ให้ทุนทำวิจัยก็ควรจะเข้าใจในจุดนี้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น บิลล์ เกตส์ บอกว่าให้อิสระแก่หน่วยงานวิจัยของไมโครซอฟท์ผลิตผลงานออกมาโดยไม่มีกรอบเวลามาบังคับ คือ งานวิจัยจะออกมาเมื่อไรก็ได้ ซึ่งได้ผลกว่าการบังคับให้รีบทำงานออกมา และก็เห็นแล้วว่างานวิจัยของไมโครซอฟท์ทำให้บริษัทนี้ยิ่งใหญ่คับโลกขนาดไหน อีกตัวอย่างคือในยุโรป เขามักให้เวลาทำวิจัยเรื่องหนึ่ง 5 ปี เมื่อเสร็จสิ้นโครงการไม่เพียงแต่ได้ผลงานวิจัยที่ลึกซึ้งแต่ยังได้นักวิจัยที่รู้ลึกในเรื่องนั้นด้วย เขาจึงมักให้ตำแหน่ง Junior Professor แก่นักวิจัยหลังจากทำงานเสร็จ ผมก็สนับสนุนการให้ทุนในระยะยาวเช่นนี้เหมือนกันเพื่อเพิ่มความลึกซึ้งในผลการวิจัยที่จะออกมาและเพิ่มผลประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับจากการลงทุนทำวิจัย

 
เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 15: เมื่อเป็นเด็กอย่าอาย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 16: ลูกบ้า 


เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 17: กัดไม่ปล่อย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 23: กำลังใจของนักวิจัย 

เกร็ดการทำวิจัย ตอนที่ 26: เปิดพื้นที่ว่าง 

เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 28: วัฒนธรรมวิจัยเยอรมัน 

เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 29: ข้อคิดการทำวิจัยจากนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2009 


<< ย้อนกลับไปหน้าสารบัญ