Tourism Logistics - โลจิสติกส์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย สถิติสำหรับการวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics

























สถิติสำหรับการวิจัย


Bootstrap Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
11 สิงหาคม 2552


ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมมานี้ www.tourismlogistics.com  มีแต่อัพเพลงขึ้นเว็ปอย่างเดียวเลยนะครับ เพราะเจ้าของเว็ปกำลังง่วนอยู่กับการซ้อมคณะร้องเพลงประสานเสียงที่มหาวิทยาลัยเพื่อเตรียมสำหรับการแสดงในงานบาร์บีคิวปาร์ตี้วันพฤหัสนี้   เอ๊ย ไม่ใช่  เพราะเจ้าของเว็ปกำลังง่วนอยู่กับการทำแบบจำลองอันซับซ้อนต่างหากจึงต้องมีเพลงเปิดฟังเพื่อให้สมองแจ่มใส   มาวันนี้นึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะบันทึกเรื่อง Bootstrap ที่ใช้กันมากในทางสถิติ  เป็นมนต์วิเศษทางสถิติอย่างหนึ่ง  ผมเคยเรียนครั้งแรกเมื่อไปอบรมที่ World BanK ตอนเมื่อสัก  8 - 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่รู้เรื่องเลย  โทษครูที่สอนซึ่งพูดอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสว่าฟังไม่รู้เรื่อง  (ไม่เคยโทษตัวเอง)   ต่อมาได้มาเรียนอีกครั้งกับกีโด้ที่เยอรมันเมื่อสองปีที่แล้ว  ตอนนี้ลืมไปแล้ว (โทษว่ากีโด้สอนยังไงให้นักเรียนลืม)  ก็เลยต้องแบกกลับไปถามกีโด้อีกทีว่ามันคืออะไรนะ  กีโด้ก็ดีใจหาย   เล่าให้ฟังใหม่  คิดว่าคราวนี้จะจดบันทึกเอาไว้จะได้ไม่ลืมละ

Read more...
 
ไคสแควร์ต่างจากโลจิตอย่างไร Print E-mail
คมสัน สุริยะ
1 ธันวาคม 2552
 
 
 

Read more...
 
ตีความ Insignificance อย่างไร Print E-mail
คมสัน สุริยะ
14 ธันวาคม 2552
 

 
Insignificance หรือ ความไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ   มีความหมายว่า เราไม่สามารถสรุปอะไรได้ คือเราไม่สามารถบอกได้ว่า สมมติฐาน H1   ถูก และในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถบอกได้ว่า สมมติฐาน H0   ผิด     
 
Read more...
 
ปัญหาของการทำสถิติการท่องเที่ยว Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
2  กรกฎาคม  2553


สืบเนื่องจากคำถามจากแฟนรายการถามมาว่า  ปัญหาของการทำสถิติการท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง  ทำให้ผมได้ลองคิดทบทวนถึงเรื่องที่เคยประสบมา


ปัญหาของการทำสถิติการท่องเที่ยวแยกได้สองด้าน  ด้านที่หนึ่ง คือ ปัญหาของสถิติเอง  และด้านที่สอง คือ  ปัญหาเมื่อเราประยุกต์ใช้สถิติกับงานวิจัยหรือข้อมูลด้านการท่องเที่ยว  ดังนี้



1.  ปัญหาที่เกิดจากเทคนิคทางสถิติ


  • นักวิจัย  นักศึกษา หรือนักวิเคราะห์  ไม่รู้สถิติทั้งหมดเท่าที่มีใช้กัน  ไม่มีใครที่รู้ทั้งหมดทุกอย่าง  
  • ถึงรู้ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ถูกต้อง
  • ถึงแน่ใจว่าใช้ได้ถูกต้องก็อาจจะไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • ถึงมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ไม่แน่ว่าจะคลิ๊กปุ่มถูก  มันอาจจะคำนวณอย่างอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการออกมาก็ได้
  • ในโลกนี้ไม่มีสถิติ หรือ เศรษฐมิติ อย่างไหนที่ดีพร้อมสมบูรณ์แบบ (อ่านเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างสถิติ เศรษฐมิติ และ Simulation

     
2.  ปัญหาเมื่อใช้สถิติกับข้อมูลการท่องเที่ยว


  • ข้อมูลการท่องเที่ยวเป็นข้อมูลจากการสำรวจ (Survey) ทำให้มีข้อผิดพลาดอันเกิดจากการจำไม่ได้หรือจำผิด   เมื่อเรารวมข้อมูลที่ไม่ดีเหล่านี้เข้าไปด้วยอาจจะทำให้เกิดการไร้เสถียรภาพของข้อมูล กล่าวคือ ตัวเลขอาจจะมากไปหรือน้อยไปอย่างน่าตกใจ ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริง  เมื่อคำนวณสัดส่วนก็อาจจะดูสับสนไปหมด  ผมเคยเป็นนักท่องเที่ยวและถูกสัมภาษณ์ที่สนามบินอิตาลีเรื่องค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว  ผมยอมรับว่าผมจำอะไรไม่ได้มากเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของตัวเอง ค่าเครื่องบินผมยังจำไม่ได้   ค่าทานอาหารผมก็ไม่ได้จำ แต่ประมาณคร่าว ๆ ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ตรงกับความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่ครบในทุกเรื่องที่ผมใช้จ่าย  นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสบาย ๆ ไม่ได้สนใจจะทำบัญชีหรือจดจำค่าใช้จ่าย

  • ข้อมูลเก็บระหว่างปีใช้เปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะว่าเก็บมาจากตัวอย่างคนละคนกัน ไม่ใช่ Panel data ทำให้ขาดคุณสมบัติในการเปรียบเทียบ การที่เรามักยังเปรียบเทียบระหว่างปีกันอยู่ก็เพราะมันทำได้ดีที่สุดเท่านั้น   แต่เราก็ต้องทึกทัก (assume) ว่านักท่องเที่ยวจากชาติเดียวกันจะมีรสนิยมเหมือนกัน

  • นักท่องเที่ยวมาจากหลายชาติหลายภาษา   จากทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา การนำมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าเป็นการละเลยรายละเอียดเรื่องแหล่งที่มาของนักท่องเที่ยว

  • การให้น้ำหนักของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติใช้โครงสร้างคนเข้าเมืองเมื่อปีที่แล้ว   ซึ่งปีนี้อาจจะไม่ได้เป็นโครงสร้างอย่างเดียวกัน เพราะปัญหาทางการเมืองในประเทศทำให้หลายชาติเตือนประชาชนของตนไม่ให้เดินทางมาประเทศไทย   บางปีสังเกตได้ว่านักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นแทบจะหายไป   น้ำหนักของแต่ละชาติของปีนี้ก็จะต่างไปจากปีที่แล้ว   เมื่อเรายังพยายามคงน้ำหนักให้เท่ากับปีที่แล้ว ก็เท่ากับว่าเราก่อให้เกิด bias สำหรับปีนี้   แต่หากเราเก็บข้อมูลเท่าที่พบในปีนี้ ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่านั่นจะตรงกับสัดส่วนที่แท้จริง   เรื่องการให้น้ำหนักจึงเป็นปัญหาโลกแตก   คนที่ชอบอย่างหนึ่งเวลาเห็นคนที่ชอบอีกอย่างทำก็มักจะต้องถกกันอย่างเคร่งเครียด   แต่ทั้งสองฝ่ายก็หาทางออกที่ดีที่สุดไม่ได้   เพราะว่าแต่ละวิธีต่างมีจุดอ่อนและจุดแข็งต่างกันไป 

  • การท่องเที่ยวก็มีหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็มีโครงสร้างค่าใช้จ่ายต่างกัน แต่เมื่อนักวิจัยนำมารวมกันหมดก็จะทำให้ไม่เห็นรายละเอียดของการใช้จ่ายที่ตรงกับความเป็นจริง

  • สถิติที่เก็บในแต่ละปีจะมีเวลาเก็บข้อมูลอยู่เพียงไม่กี่เดือน เพราะว่าจะงานจะต้องเสร็จในหนึ่งปี   ดังนั้นต้องมีเวลากรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ และยังต้องประมวลผลอีก ดังนั้นไม่มีทางที่จะเก็บข้อมูลครอบคลุมได้ทั้งฤดูกาลท่องเที่ยวและนอกฤดูกาลท่องเที่ยว   ต้องเลือกเอา ซึ่งโดยมากก็จะเลือกเก็บข้อมูลหลังจากฤดูฝนผ่านไปแล้ว   แล้วไปสิ้นสุดหลังสงกรานต์ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวมาก   แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อมูลของทั้งปีอยู่ดี

  • บางครั้งนักวิจัยถามน้อยเกินไป ทำให้ไม่ได้ข้อมูลมากพอสำหรับการรันรีเกรสชั่น เพราะมีตัวแปรอิสระ (independent variable) น้อยเกินไป  และอาจจะไม่สามารถใช้เทคนิคพิสดารในการวิเคราะห์ได้มากนัก   เพราะว่าข้อมูลอาจจะไม่รองรับ

  • บางครั้งก็ถามมากเกินไปจนตอบไม่ทันหรือไม่อยากตอบ   ทำให้ข้อมูลบางส่วนแหว่งหายไป (missing value) เวลานำมาวิเคราะห์จะเกิดปัญหาว่าจะทิ้งตัวอย่างนั้นไปเลย   หรือจะประมาณค่าใส่ทดแทนเข้าไป   หากทิ้งตัวอย่างไปแล้วจะ bias ไหม   หรือเราไม่จำเป็นต้องแคร์   น่าคิดอยู่เหมือนกัน

  • ที่สำคัญมากก็คืออาจจะโดนเมกข้อมูล คือ คนที่ไปเก็บข้อมูลสวมรอยเป็นนักท่องเที่ยวกรอกข้อมูลเสียเอง   ผมแอบเห็นที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งในเยอรมัน มีนักศึกษามาเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวแต่แล้วก็นั่งทำเองหลายสิบแผ่น   ที่สนามบินอิตาลีก็เช่นกันเขาถามผมคนเดียวแล้วจากนั้นก็หามุมสงบนั่งหลับตาจุดเทียนแล้วก็กรอกลงไปหลายชุด     ถ้าจะถามว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ให้มีการเมกข้อมูล    ผมคงต้องเขียนเป็นอีกบทความหนึ่ง   แต่เราทำได้เพราะเรามีวิธีที่ดีที่ใช้สอนนักวิจัยในค่ายของเรา   และไม่ปล่อยปละละเลยที่จะตรวจสอบ

  • ผู้ประกอบการในวงการท่องเที่ยวบอกว่าเม็ดเงินที่คำนวณได้จากสถิติการท่องเที่ยวมากเกินกว่าความเป็นจริง    หากรายได้จากการท่องเที่ยวมากมายอย่างนั้นแล้วไปตกอยู่กับใคร   ผู้ประกอบการสอบถามกันเองในวงการก็ไม่พบว่าเม็ดเงินตกอยู่กับใคร   ปัญหาว่ารายได้จากการท่องเที่ยวไปตกอยู่ที่ใครจึงยังเป็นปัญหามาจนถึงทุกวันนี้   เรื่องนี้เกินกว่าที่ผมจะตอบได้   เพราะเงินก็ไม่ได้ตกอยู่กับผม

  • เมื่อข้อมูลการใช้จ่ายสูงกว่าความเป็นจริงในกลุ่มนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม   นักการตลาดมักจะเล็งเป้าหมายการตลาดไปที่กลุ่มนั้น (Targeting) ว่าเป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูง   แต่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้   ข้อมูลอาจจะผิดก็ได้ด้วยเหตุผลหลายประการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากวางแผนการตลาดไปตามข้อมูลผิด ๆ ก็คงจะทำแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่คาดไว้
 

ถึงสถิติการท่องเที่ยวจะมีปัญหามากมาย แต่นั่นก็คือข้อมูลที่ดีที่สุดที่ประเทศเรามีใช้   นั่นก็เพราะว่าการเก็บข้อมูลทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว   การจะทำให้ดีกว่านั้นเป็นเรื่องที่เกินวิสัย   ผมพบกับตัวเองว่าเราไม่มีทางทำให้สถิติการท่องเที่ยวสะท้อนค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวตามที่เป็นจริงได้   เพราะแม้แต่ผมเองเมื่อต้องตอบคำถาม (ที่อิตาลี) อย่างที่นักวิจัยเราชอบใช้ถามคนอื่น (ที่เมืองไทย) ผมยังตอบไม่ได้เลย   แล้วจะหวังให้คนอื่นตอบให้ตรงกับความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร   เราต้องยอมรับตรงจุดนี้   หากผมต้องเป็นคนรับจ้างทำสถิติการท่องเที่ยว   ผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำได้ดีกว่าท่านที่ทำอยู่ทุกวันนี้    สิ่งเดียวที่ผมการันตีได้คือนักวิจัยในทีมผมไม่มีการเมกข้อมูล   นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้   ส่วนว่านักท่องเที่ยวจะตอบถูกตอบผิดแค่ไหนอย่างไรก็ต้องให้เป็นไปตามนั้น   เพราะว่ามันเกินวิสัยที่นักวิจัยจะไปเค้นเอาความจริงที่แม้แต่นักท่องเที่ยวเองก็ยังจำไม่ได้
 
 








 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ