Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Experience in tourism logistics โลจิสติกส์ท่องเที่ยวทางรถไฟในเยอรมนี
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















โลจิสติกส์ท่องเที่ยวทางรถไฟในเยอรมนี Print E-mail

Travelling by train in Germany with Deutsche Bahn (DB)

 

การเดินทางด้วยรถไฟในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าสะดวกสบาย รวดเร็ว ไว้ใจได้ แต่แพง บทความนี้จะได้นำเสนอเกร็ดการเดินทางด้วยรถไฟที่น่าสนใจในสามประเทศดังกล่าว แล้วจะทยอยลงเป็นตอน ๆ บน website เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไปนะครับ เริ่มจากประเทศเยอรมนีกันเลย


1. ประเทศเยอรมนี


บริการรถไฟในประเทศเยอรมนีให้บริการโดย ด้อยเชอร์บาห์น หรือ เด เบ มีรถไฟหลากหลายประเทศ ขบวนที่เร็วที่สุดคือรถ ICE ชื่อหวานเย็นแต่เร็วประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วแค่ไหนก็ประมาณว่าเดินทางจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง ชื่อเต็ม ๆ คือ Inter City Express และเมื่อขึ้นชื่อว่า Inter แล้วก็วิ่งทะลุไปถึงประเทศเพื่อนบ้านคือออสเตรียด้วย  

เส้นทางรถไฟที่สวยงามและขึ้นชื่อคือเส้นทางเลียบแม่น้ำไรน์ ระหว่างนครแฟร้งเฟิร์ตไปยังเมืองบอนน์และโคโลญจน์ ทิวทัศน์ข้างทางจะเป็นแม่น้ำไรน์ที่เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงประเทศเยอรมนี อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นไร่องุ่นบนภูเขาทอดยาวเลียบไปตามแม่น้ำ สลับกับปราสาทและป้อมปราการของเจ้าของที่ดินในอดีตที่ยังคงตั้งตระหง่านท้าทายสายตาของผู้มาเยือนจนถึงปัจจุบัน

ความตรงต่อเวลาของรถ ICE โดยปกติไม่มีคำว่าเกินไปแม้แต่วินาทีเดียว การขึ้นลงต้องรีบกระทำก่อนที่จะถึงเวลารถเคลื่อนขบวน การรอขึ้นรถก็จะช้าไม่ได้ ผู้โดยสารต้องเช็คดูจากแผนผังที่บอร์ดที่สถานีว่าโบกี้ที่เรานั่งอยู่ตรงไหนของขบวนแล้วไปรอให้ถูกที่ เพราะหากไม่ถูกอาจจะต้องเสียเวลาตามหาแล้วอาจจะตกรถได้

การจองตั๋วรถมีหลายวิธี วิธีแรกคือเดินเข้าไปที่สถานีรถไฟแล้วติดต่อกับเจ้าหน้าที่ วิธีที่สองใช้ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ แต่ต้องมีบัตรเครดิต ก่อนการจองตั๋วท่านควรเข้าไปเช็คตารางการเดินรถไฟก่อนที่  

http://www.bahn.de/bin/logout.pl?status=&sprache=EN&typ=PK&release=5.84

โดยให้ท่านกรอกข้อมูลสถานีต้นทาง สถานีปลายทาง วันเดินทาง และเวลาเดินทางโดยประมาณเข้าไป จากนั้นทาง website ก็จะแสดงผลว่ามีขบวนรถไฟสายใดบ้าง ออกเดินทางกี่โมง ใช้เวลาเดินทางนานเท่าใด ตั๋วราคาเท่าใด มีการเปลี่ยนขบวนไหม (ใน website ภาคภาษาอังกฤษจะเขียนว่า chg. มาจากคำว่า change ส่วนภาคเยอรมันเขียนว่า umst. มาจาก umsteigen) เรื่องเปลี่ยนขบวนนี่สำคัญนะครับเพราะเราต้องวิ่งลงรถไฟคันนั้นกลางทางเพื่อวิ่งขึ้นคันใหม่ บางที่หากรถไฟเข้าสถานีช้าไปสัก 5 นาทีอาจพลาดรถเที่ยวที่เราจะขึ้นต่อได้ เมื่อท่านได้ขบวนที่ต้องการแล้วก็จดหมายเลขขบวน วันเวลาที่ออก หรืออาจจะพิมพ์หน้านั้นออกมาทั้งหน้าเลย เผื่อว่าถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทางก็จะได้ทราบว่ามีขบวนไหนอีกในวันเดียวกัน และหากแสดงหน้าที่พิมพ์นั้นให้เจ้าหน้าที่ขายตั๋วจะทำให้การสื่อสารระหว่างเรากับเขาง่ายขึ้นมากแม้ท่านไม่รู้ภาษาเยอรมันเลยก็ตาม



สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือผู้โดยสารอาจจะต้องจองที่นั่งด้วย เผื่อว่าขบวนนั้นคนเยอะจะหาที่นั่งว่างได้ยาก เราอาจจะเลือกไม่จองก็ได้ซึ่งอาจจะช่วยให้ประหยัดเงินไปได้บ้าง แต่หากไม่มีที่นั่งว่างก็ต้องยืนไปหรือไปนั่งพื้นซึ่งอาจจะดูไม่ดีและไม่สะดวกสบาย ทางที่ดีหากเป็นเส้นทางเข้าเมืองใหญ่ เช่น ไปเบอร์ลิน หรือแฟร้งเฟิร์ต ควรบอกเจ้าหน้าที่ออกตั๋วว่า With registration หรือในภาษาเยอรมัน Mit Reservierung (มิท รีเซอวิเอรุง) แล้วจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย เอาชัวร์ไว้ดีกว่าครับ

สมมติว่าท่านไม่ได้จองที่นั่งแล้วขึ้นไปบนรถไฟ  ให้ท่านมองดูแถบสีดำที่อยู่เหนือที่นั่งก่อน  หากเขียนว่า Bonn-Berlin แบบนี้แสดงว่ามีคนจองไว้แล้วสำหรับการเดินทางจากบอนน์ไปเบอร์ลิน   หากเขียนว่า  ggf. freigeben  ก็แปลว่ามีคนจองเช่นกันแต่เราไม่รู้ว่าจากไหนไปไหน  เราอาจจะลองนั่งดูก่อนก็ได้  แต่ถ้ามีคนถือตั๋วมาบอกว่านี่ที่นั่งของเขา  เราก็ต้องลุกให้  แล้วย้ายไปหาที่นั่งที่อื่น   ถ้าเขียนว่า  bahn comfort  แปลว่าสำรองไว้ให้อภิสิทธิ์ชนที่ถือ bahn card   ถ้าเขาแสดงบัตร  เราก็ต้องลุกเช่นกัน  แต่ในกรณีหลังนี่ผมไม่ค่อยเห็นเท่าไร  เพราะคนเยอรมันไม่ค่อยกร่าง  ไม่ค่อยกล้าทำร้ายจิตใจคนอื่นเท่าไร  และ bahn card ไม่ค่อยศักดิ์สิทธิ์เท่าไร  เอาไว้ลดค่าตั๋วอย่างเดียว  ในกรณีนี้ถ้าเขาเห็นเรานั่งอยู่ก็มักจะเลี่ยงไปนั่งที่อื่น   แต่กับกรณีแรกนี่ไม่ได้เลยนะครับ  ถ้าเขาจองที่นั่งมาแล้ว (Mit Reseriverung)  เขาจะหมายความว่าเขาต้องได้ที่นั่งนั้น  เพราะเขาจ่ายเงินเพิ่มนี่ครับ  ถ้าเราไม่ยอมลุกนี่มีเรื่องแน่   แต่ถ้าแถบสีดำนั้นไม่เขียนอะไรไว้  นั่นแสดงว่าว่างชัวร์ ๆ   นั่งได้เลยครับ  ไม่ต้องย้ายที่นั่งแล้วตลอดทาง


อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเตือนในการซื้อตั๋ว ท่านที่ไม่สูบบุหรี่ต้องบอกว่า No smoking หรือ ในภาษาเยอมัน คือ Nicht Ruache (นิช เราเค่อ) นะครับ เพราะในตู้รถไฟจะมีที่นั่งสองส่วนแยกระหว่างห้องสูบบุหรี่กับไม่สูบ หากท่านจับพลัดจับผลูได้ที่นั่งในตู้สูบบุหรี่แล้วย้ายยากนะครับหากที่นั่งค่อนข้างเต็มในขบวนนั้น

หากท่านจะอยู่ประเทศเยอรมนีนาน ๆ และเดินทางด้วยรถไฟเป็นประจำ ขอแนะนำให้พกรูปสีขนาด 2 นิ้วไปด้วยหลาย ๆ ใบ เพื่อทำบัตรที่เรียกว่า บาห์น คาร์ด ซึ่งจะต้องเสียเงินก่อนจำนวนหนึ่งแต่จะใช้ลดราคาค่าตั๋วได้ประมาณร้อยละ 25 ถึง 50 แล้วแต่บัตรที่จะซื้อ และหากท่านต้องการเดินทางไปชมฟุตบอลที่เมืองอื่นก็มีโปรโมชั่นลดราคาสำหรับการเดินทางไปเชียร์บอลด้วย  

ในรถไฟจะมีโบรชัวร์แสดงเมืองที่รถไฟคันนั้นจะผ่านและเวลาที่จะถึงและออกรถอีกครั้ง ขอให้ศึกษาให้ดีเพราะจะทำให้กะเวลาได้หากท่านเผลอหลับในรถก็จะตื่นได้ทันก่อนที่รถจะเลยเมืองที่ท่านจะลง นอกจากนั้นรถที่ไปเบอร์ลินยังต้องระวังว่าท่านจะลงที่ไหน เพราะมีถึงสามสถานี โดยมากผู้โดยสารจะลงที่สถานีใหญ่ ซึ่งต้องชื่อ Berlin Hbf นะครับ ถ้าเป็นสถานีอื่นจะอยู่นอกเมือง ที่มิวนิคก็มีสองสถานีก็ต้องเลือก Muenchen Hbf   ที่ฮัมบวร์กมีถึง 4 สถานีก็ต้องเลือก Hamburg Hbf  (สถาปัตยกรรมคล้ายหัวลำโพง  เพราะวิศวกรเยอรมันเอาแบบมาสร้างเป็นหัวลำโพง)  และหากเป็นแฟร้งค์เฟิร์ตต้องลงที่ Frankfurt Hbf เช่นกัน หากเป็น Frankfurt Flughafen จะเป็นสถานีที่อยู่ใต้สนามบินนานาชาติแฟร้งค์เฟิร์ตซึ่งอยู่นอกเมืองไปอีกหลายกิโลเมตร ต้องระวังนะครับ

บางครั้งจะมีการหยุดงานเพื่อเรียกร้องขึ้นค่าแรง ทำให้ผู้โดยสารอาจจะต้องพบกับเหตุการณ์เหมือนการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ คือไม่มีรถไฟวิ่งเลยทั้งวัน โดยปกติเขาจะประกาศบอกก่อนหลายวัน ดังนั้นหากท่านไม่แน่ใจขอให้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟก่อนว่าช่วงนี้จะมีการหยุดงานประท้วงไหม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้เดินทางแน่นอนครับ

สิ่งที่ดีเด่นอีกอย่างหนึ่งของรถไฟเยอรมันก็คือ หากท่านพลาดขบวนรถเที่ยวหนึ่ง ท่านสามารถขึ้นขบวนต่อไปที่เหมือน ๆ กันได้ เช่น หากพลาดรถ ICE เที่ยว 8.00 น. ท่านสามารถใช้ตั๋วใบเดียวกันขึ้นรถ ICE เที่ยว 10.00 น. ได้ เพราะตั๋วจะมีอายุประมาณ 1 ? 2 วัน (บางทีเป็นเดือนก็มี) แต่หากท่านจองที่นั่งไว้ในขบวนแรก (with reservation) การจองจะเสียไปเพราะเป็นเรื่องจำเพาะของขบวนนั้น ๆ เท่านั้น ท่านจะต้องเสียเงินจองที่นั่งใหม่ในขบวนถัดไป แต่เป็นเงินเล็กน้อยประมาณ 3 ? 4 ยูโร แต่ท่านยังรักษาสิทธิ์การเดินทางด้วยรถไฟประเภทนั้นได้อยู่ซึ่งนั่นแพงกว่ามาก ประมาณ 36 ? 120 ยูโร ขึ้นกับระยะทางที่เดินทางครับ ดังนั้นหากตกรถก็ทำใจให้สบาย เช็คเวลาเดินทางเที่ยวต่อไป เข้าไปจองที่นั่งใหม่ จ่ายเงินอีกนิดหน่อย แล้วก็เดินทางกันต่อเลยครับ





Pictures of other cities (Pictures speak an international language.)

  Pictures of travelling by trains
 


 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ