โลจิสติกส์ท่องเที่ยวทางรถไฟจากเยอรมนีไปฝรั่งเศส
Travelling from Germany to Paris by train with THALYS
การเดินทางด้วยรถไฟในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าสะดวกสบาย รวดเร็ว ไว้ใจได้ แต่แพง บทความนี้จะได้นำเสนอเกร็ดการเดินทางด้วยรถไฟที่น่าสนใจในสามประเทศดังกล่าว แล้วทยอยลงเป็นตอน ๆ บน website เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไป ตอนนี้มาต่อกันที่ประเทศฝรั่งเศสกันเลยครับ
3. ประเทศฝรั่งเศส
ผมมีประสบการณ์ไม่มากนักในการเดินทางไปกับรถไฟของฝรั่งเศส ดังนั้นหากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่มีเรื่องเล่าสนุก ๆ เกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟในฝรั่งเศส ขอเชิญเขียนมาแบ่งปันกันได้เลยนะครับ จะยินดีมาก
ขบวนที่ผมพอจะมีประสบการณ์คือรถไฟของบริษัท ไทริส (THALYS) ระหว่างโคโลญจน์กับปารีส ไทริสให้บริการรถด่วนแบบเร็วสุด ๆ ประเภท เต เจ เว (TGV) ที่ทาสีแดงทั้งคัน เอาว่าวิ่งกันให้ไฟลุกกันทั้งขบวนเพราะขึ้นชื่อว่าเร็วมาก รถ เต เจ เว นี้มีหลายสาย สายที่ขึ้นชื่อที่สุดคือเส้นทางข้ามช่องแคบอังกฤษที่ต้องมุดใต้น้ำ ผมอยากไปลองดูเหมือนกันแต่ไม่มีวีซ่าเข้าอังกฤษ เอาไว้สักวันละกันครับ
การจองตั๋วไทริสสามารถทำได้ที่สถานีรถไฟที่ไหนก็ได้ในเยอรมัน ผมก็จองใกล้บ้านที่บอนน์ เจ้าหน้าที่ก็ออกตั๋วให้สองใบ ใบแรกให้เดินทางจากบอนน์ไปโคโลญจน์ก่อนทั้ง ๆ ที่ย้อนขึ้นเหนือ สาเหตุก็เพราะไทริสจะจอดที่สถานีใหญ่เท่านั้น บอนน์เล็กเกินไปที่จะจอดก็ต้องทำใจครับ แต่โคโลญจน์ใหญ่กว่าจริง ๆ ก็สมควรแล้ว และตั๋วอีกใบหนึ่งเป็นตั๋วจากโคโลญจน์ไปปารีส สิ่งที่ผมเคยเตือนทุกท่านคือ การเดินทางเข้าเมืองใหญ่ก็ต้องจองที่นั่งครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องยืน เสียทั้งกำลังกายกำลังใจและความรู้สึก และผลก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ เมื่อขบวนไทริสเต็มทั้งขบวนอย่างเหลือเชื่อ
บนขบวนไทริสค่อนข้างแคบกว่ารถ ICE ของเยอรมัน สาเหตุหนึ่งก็เพราะคนเยอรมันมีรูปร่างใหญ่กว่าชาวฝรั่งเศสก็เลยต้องให้ที่นั่งกว้างขวางไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงต้องโดนบ่นกันทั้งประเทศ คิด ๆ ดูแล้วก็น่าสงสารพวกเยอรมันที่ต้องมาทนนั่งชั้นประหยัดของการบินไทย ที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างผมยังรู้สึกว่าแคบ ทั้ง ๆ ที่เครื่องบินของการบินไทยจากแฟร้งค์เฟิร์ตมากรุงเทพฯ เต็มเกือบตลอดเวลา เขาก็อาจจะคิดว่าขนาดแคบอย่างนี้ยังเต็ม ไม่เห็นต้องขยายที่นั่งเลย ก็คิดกันได้ครับไม่ว่ากัน แต่หากขยายที่นั่งสักหน่อยแล้วให้เขาจ่ายเพิ่มอีกหน่อย พวกนี้จ่ายได้ครับ เพราะได้ยินจากเขาว่าการบินไทยถูกมาก ๆ เขายังว่าถ้าบินสายการบินลูฟฮันซ่าจากกรุงเบอร์ลินไปเมืองตากอากาศชื่อมายอร์ก้าที่เสปนยังแพงกว่าบินมาภูเก็ตเลย จริงเท็จแค่ไหนการบินไทยก็ลองสืบราคาดูละกันนะครับ
จริง ๆ แล้วฝรั่งมองว่าเมืองไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก ของทุกอย่างถูกไปหมด และมีเซ็กซ์ราคาถูก พวกเยอรมันที่อยู่บนเครื่องด้วยกันเวลาจะลงเมืองไทยถามว่าจะไปไหนบอกทันทีเลยว่าพัทยา สืบไปสืบมาไม่เพียงแต่พวกเยอรมันเท่านั้นพวกญี่ปุ่นก็ด้วย ปรากฏการณ์เช่นนี้มีมานานแล้วเพียงแต่คนไทยไม่กล้ายอมรับ สาเหตุที่พวกนี้มาเที่ยวเรื่องเซ็กซ์ในเมืองไทยเพราะเรื่องอย่างว่าที่บ้านเขาแพงมาก มีน้อย ไม่สวย ไม่เอาใจ บริการไม่ดี และไม่คุ้มค่าเงิน มาเมืองไทยแล้วใช้เงินกับเรื่องอย่างว่าถือได้ว่าคุ้มค่าเงินมาก ๆ เรื่องนี้เอาไว้จะเขียนลงในตอนอื่นดีกว่าเพราะออกไปไกลกว่าเรื่องรถไฟที่ฝรั่งเศสมากแล้ว
กลับมาที่รถไฟไปปารีส ตอนนี้ใกล้ถึงปารีสแล้ว ชานกรุงปารีสเป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ อากาศอบอุ่นกว่าที่เยอรมันมาก ทำให้คนที่นี่ดูจะสนุกสนานกับชีวิตได้มากกว่าชาวเยอรมันที่วัน ๆ เอาแต่มุดอยู่ในบ้านเพราะอากาศหนาว ความอุดมสมบูรณ์ยังทำให้การเกษตรของฝรั่งเศสทำได้ดีก่อให้เกิดความเจริญมาแต่โบราณ เมื่อเห็นสภาพชีวิตชนบทการเกษตรของเขาแล้วก็เลยทำให้คิดไปถึงเรื่องที่ชาวฝรั่งเศสไม่พูดภาษาอังกฤษ สาเหตุไม่ใช่เพราะความชาตินิยมอะไรหรอกครับ แต่จากการที่คนชนบทไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ เหมือนกับชาวชนบทของไทยที่ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษอย่างไรอย่างนั้น
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนรถไฟไทริสคือการประกาศเป็นสี่ภาษา เมื่อยังอยู่ในเขตประเทศเยอรมันจะเริ่มการประกาศทุกอย่างเป็นภาษาเยอรมัน ตามด้วยภาษาฝรั่งเศส อิตาลี และปิดท้ายที่ภาษาอังกฤษ แต่เมื่อเข้าเขตเบลเยี่ยมซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสก็จะสลับเอาภาษาฝรั่งเศสขึ้นมาก่อน ตามด้วยเยอรมัน แต่อังกฤษอย่างไรก็ปิดท้าย เป็นอะไรที่ดูเหมือนภูมิภาคนิยมนิดหน่อย แต่ก็นั่นแหละครับเพราะคนฝรั่งเศสและเยอรมันไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษมาเป็นจริงเป็นจัง รู้กันงู ๆ ปลา ๆ เหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ดีครับไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
รถไฟไทริสมาถึงกรุงปารีสแล้วที่สถานี Gare du Nord ผมออกเสียงไม่ถูกเพราะไม่รู้ภาษาฝรั่งเศส ก็จบการเดินทางมายังปารีส เริ่มต้นการเดินทางในปารีสแบบไม่รู้ทิศทาง เคล็ดลับอย่างหนึ่งคือให้ซื้อแผนที่ ว่าแล้วผมก็ได้แผนที่เป็นภาษาอังกฤษมาฉบับหนึ่งจากนั้นก็หันซ้ายหันขวาพอรู้ทิศบ้างก็ออกลากกระเป๋าเดินไปยังโรงแรม เหตุที่เดินก็เพราะยังขึ้นรถไฟใต้ดินของปารีสไม่เป็น ทั้ง ๆ มารู้ทีหลังว่าสถานีรถไฟใต้ดินอยูห่างโรงแรมของผมไปนิดเดียว
รถไฟใต้ดินของปารีสขึ้นชื่อว่าจอแจที่สุดในโลก มีหลายสายตัดกันยั้วเยี้ยไปหมดและมาบ่อยมาก ซึ่งความถี่ของขบวนรถมากกว่าที่เยอรมันเสียอีก เราแทบจะไปที่ไหนก็ได้ด้วยรถไฟใต้ดิน ทั้งหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ มหาวิหารนอร์เตอดราม มหาวิหารซาเคอร์เคอ ถนนชองเอลิเซ่ ประตูชัย พลาซ่าเดอลาคอนคอร์ด พระราชวังแวร์ซายน์ (ต้องต่อรถบนดิน) ยูโรดิสนีย์แลนด์ (ต้องต่อรถบนดินเช่นกัน)
การทำความคุ้นเคยกับรถไฟใต้ดินของปารีสไม่ใช่เรื่องยาก ในแผนที่ฉบับเดิมที่ได้มาตั้งแต่วันแรกจะบอกไว้ทั้งหมดว่าสายไหนมีต้นทางที่ไหนและจะไปสิ้นสุดที่ไหน ผ่านที่ไหนบ้างและแวะสถานีไหนบ้าง แต่เรื่องการทำความคุ้นเคยกับการเดินไปขึ้นรถนี่ลำบากกว่ามาก เส้นทางเดินจากบนดินลงไปหาชานชลาในกรุงปารีสจะลึกลับซับซ้อนดุจเขาวงกต มันจะยาวมาก เราเดินไป ๆ อาจจะไม่มั่นใจว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าดูป้ายไม่ดี เช่น สาย 3 ต้นทางที่หนึ่ง ปลายทางอีกที่หนึ่ง เราต้องรู้ว่าเราจะมุ่งหน้าไปทางต้นทางหรือปลายทาง เพราะถ้าเลี้ยวเข้าทางเดินผิดช่องก็ไปออกอีกที่หนึ่งเลย ดังนั้นต้องรู้สถานีต้นทางและปลายทางของรถไฟใต้ดินสายนั้นด้วย
การซื้อตั๋วสัปดาห์สามารถทำได้เมื่อมีรูปสีสองนิ้วสองใบ ตัวสัปดาห์จะถูกกว่าตั๋วรายวันมาก ดังนั้นเดินทางไปต่างประเทศให้พกรูปถ่ายไว้เถอะครับจะช่วยลดค่าเดินทางได้เยอะ แต่ตั๋วสัปดาห์จะใช้ได้ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป หากเราซื้อวันเสาร์จะใช้ตั๋วนั้นไม่ได้ในวันอาทิตย์ เรื่องนี้ต้องระวัง ไม่ใช่ว่าเขานับ 7 วันจากวันที่เราซื้อ แต่เขาเริ่มนับจากวันจันทร์เท่านั้นครับ
คนปารีสชอบขึ้นรถใต้ดินโดยไม่ซื้อตั๋ว ที่สถานีรถใต้ดินจึงต้องทำแผงกั้นที่กระโดดข้ามได้ยากถึงสองชั้น แต่กระนั้นก็ยังเห็นภาพของการกระโดดข้ามกันอยู่เป็นประจำ แต่ด่านที่สามซึ่งนักกระโดดมักไม่รอดก็คือเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วซึ่งดักรออยู่ในอุโมงค์ทางเดินที่คดเคี้ยวและยาวเหยียดนั้น ผมเคยโดนตรวจครั้งหนึ่ง ตกใจมาก เพราะเขาออกมาจากมุมโค้งของอุโมงค์เหมือนกำลังจะมาปล้นเรา แต่จริง ๆ คือซ่อนตัวอยู่เพื่อดักคนที่ไม่ซื้อตั๋ว แต่เรามีตั๋วที่ถูกต้องก็สบายใจได้ เกร็ดที่สำคัญสำหรับมายุโรปก็คือให้ซื้อตั๋วที่ถูกต้องไว้ก่อน ใครบอกว่าไม่ต้องซื้อเพราะไม่มีใครตรวจไม่ต้องเชื่อ เพราะมีคนตรวจแน่นอน ที่ออสเตรียก็มีพนักงานตรวจตั๋วแต่งตัวปลอมตัวขึ้นรถมาด้วย ผมเจอประจำ ดังนั้นมีตั๋วที่ถูกต้องไว้ก่อนดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องลุ้นว่าจะโดนปรับเท่าไร และเผลอ ๆ โดนยึดพาสปอร์ตกลับเมืองไทยไม่ได้ และอาจจะโดนขึ้นบัญชีดำไม่ให้มายุโรปอีก ไม่คุ้มเลยครับกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
หลังจากเที่ยวปารีสอย่างสุขสันต์มาพอสมควรก็ถึงเวลากลับกันแล้วครับ ผมมีประสบการณ์การตกรถไทริสขบวนสุดท้ายมาแล้ว ผมเคยเขียนบอกท่านผู้อ่านในตอนก่อน ๆ แล้วว่าหากท่านตกรถ ท่านสามารถใช้บริการรถประเภทเดียวกันในขบวนถัดไปได้ ซึ่งในกรณีของผมมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ไทริสไม่
วันนั้นผมกำลังจะกลับเยอรมันหลังจากอยู่ปารีสมา 6 วัน ตอนแรกก็เอากระเป๋าเดินทางมาฝากที่สถานีรถไฟไว้ก่อน แต่เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่เข้มงวดมากต้องตรวจอาวุธก่อนข้าไป แล้วต้องใช้ตู้ฝากกระเป๋าที่ไม่มีภาษาอังกฤษกำกับ (มีบางตู้แต่ตอนแรกหาไม่เจอ) ทำให้เสียเวลามาก แต่ก็ยังไม่เป็นไร จากนั้นก็ไปตระเวนเที่ยวรอบ ๆ กรุงปารีสเพื่อส่งท้ายทริปนั้นอย่างสบายใจ ขากลับเผื่อเวลาเดินทางมายังสถานี Gare du Nord ไว้พอสมควรแต่ก็น่าจะจวนเจียน เลือกเส้นทางรถไฟใต้ดินที่คิดว่าโอเคที่สุด (แต่ผิด) ปรากฎว่ารถไฟใต้ดินเจ้ากรรมดันจอดที่สถานีบางแห่งเกินเวลาเพราะมีคนขึ้นลงไม่รู้จักจบสิ้น ทำให้เวลาเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมมาถึงสถานีรถไฟก่อนรถออกเพียง 5 นาทีจากที่วางแผนไว้ประมาณ 15 นาที ผมวิ่งไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้อย่างสุดชีวิต ผ่านการตรวจอาวุธที่ล่าช้า เปิดตู้เก็บกระเป๋าที่ไม่มีวิธีบอกว่าเปิดอย่างไรเป็นภาษาอังกฤษ เปิดได้แล้วก็ลากกระเป๋าอันหนักอึ้งออกจากห้องเก็บชั้นใต้ดินแล้ววิ่งขึ้นมาที่ชานชาลา ปรากฏว่าไทริสได้หายไปแล้วก่อนหน้านั้นประมาณ 2 นาที พี่แกออกได้ตรงเวลามาก
ผมนั่งหอบด้วยความเหนื่อย แต่ไม่เป็นไรเพราะแนะนำใคร ๆ ว่าตกรถไม่ต้องตกใจ ไปขอขึ้นขบวนใหม่ จ่ายเพียงการสำรองที่นั่งอีกนิดหน่อย ว่าแล้วก็รวบรวมแรงกายแรงใจเดินไปยังห้องขายตั๋วช่องพิเศษสำหรับผู้ตกรถโดยเฉพาะ (แสดงว่ามีคนตกรถไฟเยอะเพราะเจ้ารถใต้ดินตัวแสบ) คุยกันได้สักครู่ก็ทราบว่าไทริสคันที่ผ่านไปนั้นเป็นคันสุดท้ายของวันนั้นแล้ว หากต้องการเดินทางจริง ๆ ต้องซื้อตั๋วขบวนอื่นแล้วยังต้องต่อรถอีกสองทีกว่าจะถึงบอนน์ มิเช่นนั้นก็ต้องรอพรุ่งนี้
ผมคิดว่าเรื่องอะไรจะต้องเสียค่ารถไฟขบวนใหม่ที่เท่า ๆ กับค่าที่พักในปารีส สู้อยู่เที่ยวต่อที่ปารีสอีกวันดีกว่าก็จะมีค่าใช้จ่ายพอ ๆ กัน ผมก็เลยยอมจ่ายค่าปรับเนื่องในเหตุตกรถไฟ (ที่เยอรมันไม่มีค่าปรับนี้) อีกนิดหน่อย และจ่ายค่าจองที่นั่งใหม่สำหรับพรุ่งนี้ แล้วหันหน้ากลับเข้าสู่ปารีสเป็นวันที่ 7 ซึ่งบรรยากาศก็เหมือนได้มาปารีสเป็นครั้งที่สอง จะว่าไปแล้วในวิกฤติก็มีโอกาสอยู่เสมอ และที่สำคัญในวันรุ่งขึ้นผมไม่ตกรถไทริสอีก แต่เกือบไม่มีรถกลับจากโคโลญจน์ไปบอนน์เพราะมัวแต่รับประทานอาหารไทยอย่างเพลิดเพลินอยู่ที่สถานีโคโลญจน์จนดึก ผมคิดว่าหากมีโอกาสต่อไปจะลองใช้บริการรถไฟไปยังภาคใต้ของฝรั่งเศสแล้วต่อไปยังเสปนดู แล้วจะเขียนมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ สวัสดีครับ
Pictures of other cities (Pictures speak an international language.)
Innsbruck, Austria : The Alps, the Inn river, and my heart are still there.
Salzburg, Austria : Green river Salzach and hometown of Mozard
Vienna, Austria : Forever city of classical music
Bonn, Germany : The small city at the heart of Bundesrepublik Deutschland
Goettingen, Germany : Gaenseliesl and the city of next generation researchers
Frankfurt am Main, Germany : Hub of everything
Munich (Muenchen), Germany : The spirit of Bavaria
Cologne (Koeln), Germany : Proud of the greatest cathedral in Europe
Berlin, Germany : A new hope for dem Deutschen Volke
Paris, France : Neverending story
Pictures of travelling by trains