|
คมสัน สุริยะ
14 พฤษภาคม 2555
สองสามวันนี้ผมพยายามนั่งทำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์สำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายบางอย่างที่ประเทศไทยอาจจะมีการนำมาใช้ในอนาคตอันไม่ไกลนัก
แบบจำลองที่ผมทำอยากให้ออกมาในลักษณะเป็น DSS หรือ Decision Support System (ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ) โดยหลักการของ DSS มีอยู่ว่า สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนออกมาให้ตอบคำถามได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะคำถามประเภท What if คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้า..........
เหตุที่อยากทำออกมาเป็นอย่างนี้เพราะว่ามีผู้ต้องการได้คำตอบ แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้โดยมีตัวเลขรองรับ และที่สำคัญคือ คำตอบต้องเป็นกลาง ไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง
ผมยังโชคดีที่มีนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกที่สนใจทำในสิ่งเดียวกันมาช่วยทำแบบจำลองเหล่านี้ คนแรกคือคุณสรัลนุช ทำแบบจำลองในเรื่องพลังงานทดแทน โดยเน้นไปที่แก็สโซฮอล์ และคนที่สองคือ คุณอรกัญญา ทำแบบจำลองในเรื่องผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และที่สำคัญคือนักวิจัยในกลุ่ม TGRI (Thai German Research Industry) ที่ร่วมกันสร้างแบบจำลองเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
การได้ทำแบบจำลองแบบนี้ถือได้ว่าเป็นความสุขเล็ก ๆ ของคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะว่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาโดยตรง ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ได้ผลการวิเคราะห์ที่ชี้นำสังคม และได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ไปยังนักศึกษารุ่นใหม่ต่อไป
ท่ามกลางภาระงานที่รุมเร้าทั้งงานบริหาร งานสอน งานประชุม และงานเอกสารสารพัด การได้ปลีกตัวเองออกมาและหามุมสงบได้จดจ่ออยู่กับการทำแบบจำลอง พบว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ลืมเรื่องอื่น ๆ ไปหมดสิ้น การได้ใช้สมาธิอย่างต่อเนื่อง การได้มุ่งอยู่กับการทำให้แบบจำลองออกมาทำงานได้ และให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เหล่านี้ผมว่ายิ่งทำยิ่งติด เหมือนเป็นสิ่งเสพติดกลาย ๆ
การทำแบบจำลองในลักษณะ DSS นี้น่าจะกลายเป็นอาชีพสำหรับอนาคตได้ ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้
หนึ่ง มีตลาด เพราะมีผู้ต้องการคำตอบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนโยบายสำคัญ ๆ ของประเทศ และที่สำคัญคือ แบบจำลองประเภท DSS ค่อนข้างถูกใจผู้ที่ได้เห็น เพราะว่าตอบคำถามได้ตรงใจ น่าตื่นตาตื่นใจ ได้คำตอบเป็นแบบเชิงปริมาณ มีความเป็นกลาง และยืดหยุ่นต่อการตอบคำถามได้อย่างหลากหลาย
สอง ความรู้มีอยู่ ทักษะเรียนรู้กันได้ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เรียนเรื่องเหล่านี้มากันเยอะ สามารถสอนได้ สามารถผลิตบัณฑิตขึ้นมาเพิ่มได้เรื่อย ๆ
สาม เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เอื้อให้ทำแบบจำลองที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
สี่ ข้อมูลในระดับประเทศและระหว่างประเทศเริ่มมีมาก และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา
ห้า มีตัวอย่างมากขึ้น และหาตัวอย่างมาศึกษาได้ง่ายขึ้น ทั้งจากการประชุมวิชาการต่าง ๆ และวารสารวิชาการนานาชาติ
ถ้าถามว่าตอนนี้ให้ยึดอาชีพเป็นนักทำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Modeller) อย่างเป็นจริงเป็นจังจะเอาไหม ผมตอบได้ทันทีว่า แน่นอน
ผมว่าการได้ใช้เวลาสร้างแบบจำลองที่ตอบโจทย์ได้นั้นเป็นความท้าทาย และจะช่วยคนได้อีกเยอะ ยิ่งเป็นนโยบายที่จะมีผลต่อประชาชนในวงกว้าง ยิ่งต้องการได้คำตอบที่ถูกต้อง และผมเชื่อว่าการได้ใช้ความรู้ความสามารถในทางนี้จะสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองได้ตามอัตภาพ
ผมจึงอยากกระตุ้นให้นักศึกษารุ่นใหม่ได้เรียนรู้การทำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์อย่างที่ผมได้รู้มา และได้ลองฝึกทำในโครงการต่าง ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้ หรือในวิทยานิพนธ์ของตนเอง อาจารย์พร้อมที่จะให้คำแนะนำ และฝึกให้นักศึกษามีทักษะที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ให้นักศึกษาเก่งขึ้นได้ และมีอาชีพเป็น Economic Modeller ที่ประสบความสำเร็จได้ต่อไป
|