Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research ฮิลเดสไฮม์ เยอรมนี Hildesheim Germany
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ฮิลเดสไฮม์ เยอรมนี Hildesheim Germany Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
18  มิถุนายน 2553


ฮิลเดสไฮม์  กุหลาบแห่งเยอรมนี

วันนี้ผมจะทำหน้าที่เป็นไกด์พาทุกท่านชมความงามของเมืองที่ขึ้นชื่อว่ากุหลาบแห่งเยอรมนี
เชิญตามผมมาได้เลยครับ


สาเหตุที่เมืองนี้ได้ชื่อว่ากุหลาบแห่งเยอรมนี  ก็เพราะว่าที่นี่ปลูกดอกกุหลาบกันทั้งเมือง
ซึ่งเราเจอต้นหนึ่งเข้าแล้ว





สวนกุหลาบแห่งนี้อยู่หน้าโบสถ์ใหญ่ชื่อว่า  โดมแห่งฮิลเดสไฮม์ (Dom zu Hildesheim)







โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายย่อยยับระหว่างการทิ้งระเบิดของสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง
น่าแปลกใจที่สัมพันธมิตรเลือกทิ้งระเบิดหนัก ๆ อยู่สามเมือง  คือ  ฮัมบวร์ก  เดรสเด้น  และฮิลเดสไฮม์
มาจนถึงวันนี้ผู้คนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องมาทิ้งระเบิดเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ 
ซึ่งไม่ได้มี่ความหมายทางยุทธศาสตร์แต่ประการใด






การบูรณะโบสถ์ค่อย ๆ ทำไปทีละน้อย ๆ  ตามแบบแปลนนี้






สิ่งที่ยังพอหลงเหลือรอดจากการถูกทิ้งระเบิดคือต้นไม้ใหญ่ข้างโบสถ์







และต้นกุหลาบอายุร้อยปีต้นนี้






บุคคลผู้สร้างความเจริญให้กับฮิลเดสไฮม์ในอดีตคือผู้นี้  นักบุญแบนวาร์ด (St. Bernward)
ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 960 - 1022   หรือเมื่อเกือบหนึ่งพันปีที่ผ่านมา  ในยุคไบเซนไทน์





สัญลักษณ์ของโบสถ์แห่งนี้เหมือนกับสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปาง  คือ  ไก่







ต้นไม้บางต้นมีใบลักษณะคล้ายใบโพธิ์





ต้นของมันเป็นอย่างนี้




เราจะเดินตามเส้นทางกุหลาบเพื่อไปชมดอกกุหลาบจริง ๆ  กัน







เส้นทางกุหลาบ (Der Rossenroute) เป็นเส้นทางท่องเที่ยวรอบเมือง  ขีดไว้เป็นเส้นสีแดงในแผนที่
ระหว่างทางจะมีป้ายบอกว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน  และให้เราเดินไปต่อทางไหน
หมายเลข 20  ในรูปด้านบนมีความหมายว่า 
เรากำลังอยู่หน้าอาคารหมายเลข 20 ในแผนที่ซึ่งทางเมืองพิมพ์แจกนักท่องเที่ยว








เส้นทางนี้ผ่านโบสถ์ใหญ่อีกแห่ง 
ซึ่งพระสันตปะปาเบเนดิกต์  (องค์ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน ได้ทรงเลือกไว้ให้เป็นโบสถ์ของพระองค์ 






เส้นทางผ่านตรอกซอกซอยอันสงบเงียบ





และผ่านบ้านเรือนอันร่มรื่น





ในที่สุด  เราก็ค้นพบกุหลาบแห่งฮิลเดสไฮม์










เราจะแวะพักที่นี่กันสักครู่  เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินไปกับกุหลาบหลากสีและหลากสายพันธุ์จากฮิลเดสไฮม์ครับ





















ฮิลเดสไฮม์ยังมีตลาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเยอรมนี
อาคารโบราณเหล่านี้ทำจากไม้  มีชื่อเรียกว่า  ฟาร์คแวร์กเฮ้าส์ (Fachwerkhaus)
รวมกันอยู่ที่จตุรัสกลางเมือง  ที่ผู้คนเรียกว่าตลาดเก่า
ว่ากันว่าคนที่สร้างบ้านจากหินคือคนรวย
แต่คนที่สร้างบ้านจากไม้คือคนที่รวยกว่า


















บ้านแบบฟาร์คแวร์คเฮ้าส์นี้ได้รับความนิยมในการสร้างขึ้นใหม่หรือบูรณะให้มีสภาพดีอยู่เสมอ







แบบโครงสร้างของฟาร์คแวร์คเฮ้าส์





ชาวเมืองอาศัยอยู่ในอาคารโบราณ  แต่ด้วยวิถีชีวิตสมัยใหม่












บ้านบางหลังซึ่งได้รับความเสียหายจากสงครามแต่ยังพอบูรณะซ่อมแซมได้ก็ได้รับการบูรณะใหม่
โดยเฉพาะบ้านหลังนี้เป็นข่าวใหญ่โตเมื่อบูรณะเสร็จ  
เพราะเป็นความหวังของชาวเมืองที่จะฟื้นฟูสภาพของเมืองนี้ให้กลับคืนมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง







การบูรณะซ่อมแซมอาคารสามารถพบเห็นได้ทั่วทั้งฮิลเดสไฮม์






ที่น่าแปลกใจคืองานซ่อมแซมอาคารโบราณเหล่านี้ทำโดยอาสาสมัคร
คนเหล่านี้มาจากหลายสาขาอาชีพ  แต่มารวมกันในเวลาว่างเพื่อเป็นลูกมือในงานบูรณะอาคาร
แสดงให้เห็นถึงความรักของชาวเมืองที่มีต่อบ้านเมืองของพวกเขา








ฮิลเดสไฮม์ยังขึ้นชื่อเรื่องอีกสองเรื่อง อย่างแรกคือโบสถ์ที่มียอดสูงที่สุดในแคว้นนีเด้อร์ซ๊าคเซ่น (Niedersachsen)
มีชื่อว่า  อันเดรส์เคียเช่อ (Andreaskirche)





อย่างที่สองคือ โบสถ์มิชาเอลเคียเช่อ  ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับยูเนสโก้
โบสถ์แห่งนี้สร้างในรูปแบบเหมือนปราสาท  โดยใช้หลักทางคณิตศาสตร์เรื่องเลขเก้า
คือ  พื้นที่ประกอบด้วยสี่เหลี่ยมจตุรัสจำนวนเก้าผืน 
ที่แปลกไปกว่าที่อื่นคือ  หากเอาทุกผืนมาพับทบกัน (ทำได้ในจินตนาการเท่านั้น) จะกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยม
สาเหตุที่เขาเลือกเลขเก้าเพราะหมายถึงสามสิ่งสำคัญในศาสนาคริสต์คือ  พระบิดา พระบุตร และพระจิต
แล้วคูณสามอีกที  เลยกลายเป็นเก้า


อีกสาเหตุที่ต้องสร้างให้ใหญ่โตเพราะว่าที่นี่เอาไว้ให้ชาวเมืองเข้ามาหลบภัยจากศัตรู  แล้วสะสมเสบียงไว้ได้นาน ๆ 
โบสถ์นี้สร้างโดยนักบุญแบนวาร์ด  ดังนั้นก็คงอายุราว ๆ หนึ่งพันปีแล้ว  จินตนาการว่าตอนนั้นยังรบกันแบบอัศวินอยู่
ฝ่ายตรงข้ามก็มักจะเกรงใจไม่ค่อยบุกเข้าโบสถ์  ได้แต่ล้อมไว้ภายนอก   ใครมีเสบียงมากกว่ากันก็ชนะ
 




ภายในโบสถ์มีการจัดบางมุมไว้ได้บรรยากาศแห่งความสงบ






บรรยากาศแห่งความสงบยังอยู่รอบ ๆ เมืองฮิลเดสไฮม์  ท่ามกลางแมกไม้ที่เขียวขจี  และทางเดินที่ร่มรื่น











หากพวกเราเป็นเหมือนต้นไม้คนละต้น  
พวกเราคงยืนเคียงข้างกันอย่างนี้
แล้วให้ร่มเงา  และความสดชื่น  แก่คนไทยทั้งปวงที่ผ่านไปมา  บนเส้นทางแห่งสังคมอุดมปัญญา
ตราบนานเท่านาน  เท่าที่เวลาจะยังยินยอม 








วันนี้ลาไปก่อนครับ  หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขในการเที่ยวชมเมืองฮิลเดสไฮม์นะครับ
สวัสดีครับ










กลับสู่สารบัญ




 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ