Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย เราต้องไม่ให้มันเสียเปล่า
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เราต้องไม่ให้มันเสียเปล่า Print E-mail
คมสัน สุริยะ
5 มิถุนายน 2553
 
 
เคล็ดลับความสำเร็จของนักวิจัยไม่ได้อยู่ที่เพียงมีความอยากรู้อยากเห็น รู้วิธีทำวิจัยและลงมือปฏิบัติได้ แต่หากยังต้องการองค์ประกอบชิ้นสุดท้ายเพื่อเติมเต็ม   สิ่งนั้นคืออะไร   ติดตามได้ในบทความนี้
 
 
การเก็บข้อมูลภาคสนามใช้ทั้งเวลาและความพยายาม   หลาย ๆ ครั้งที่ทีมงานและคนใกล้ชิดต้องทนเหนื่อยยากตรากตรำเพื่อทำข้อมูลให้เสร็จและดี   เราทำไปเพื่อเอาเงินเท่านั้นหรือ   เมื่อได้เงินแล้วก็ทิ้งไปเท่านั้นหรือ
 
 
สิ่งที่มากไปกว่าเงินคือความรักในทีมงานที่ร่วมกันสร้างสรรค์ข้อมูลนั้น   ในเมื่อลงทุนลงแรงลำบากกันไปตั้งมากมายแล้ว เขาก็หวังว่าเราจะใช้ข้อมูลนั้นให้คุ้มค่าที่สุด  
 
 
ในเมื่อเรารับไม้ต่อมาจากเขาแล้ว   เราจะวิเคราะห์ไปเพียงเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายเดียวคือปิดโครงการให้ได้เท่านั้นหรือ   นั่นอาจจะใช้ข้อมูลเพียงแค่สองในสามส่วนที่เรามีทั้งหมด   บางทีก็เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
 
 
ในเบื้องต้นก็อาจจะดีเมื่อเราบรรลุเป้าหมายพื้นฐานของการทำวิจัยได้แล้วคือการปิดโครงการ   แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้น   และเป็นสิ่งที่จะทำให้งานออกมาสมบูรณ์ได้ยิ่งขึ้น   ก็คือการขุดลงไปในข้อมูลให้ลึกกว่าเดิม 
 
 
เราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้มากกว่าเดิม วิเคราะห์ให้มากขึ้น และลึกซึ้งยิ่งขึ้น   ให้คุ้มค่ากับข้อมูลที่เรามี
 
 
แน่นอนว่าการทำเช่นนี้จะต้องใช้เวลาเพิ่ม   ทั้งการจัดข้อมูล   การคำนวณ การทำแบบจำลอง การวิเคราะห์   การให้เหตุผล รวมทั้งการทำรายงาน  มันเหมือนทำรายงานขึ้นมาอีกเล่มหนึ่ง    สิ่งต่าง ๆ ที่ทำผ่านมาทั้งหมดอาจจะแปลว่าคุณเดินมาได้เพียงแค่ครึ่งทาง   ยังไม่ใช่เส้นชัย    ทั้ง ๆ ที่อาจจะเป็นเส้นชัยของอีกหลาย ๆ คน แต่ยังไม่ใช่ของคุณ
 
 
ถ้าถามว่าท้อไหมที่จะเดินต่อไป   ตอบว่าถ้าโดนสั่งให้เดินคงจะท้อ   แต่ถ้าอยากเดินก็จะไม่ท้อ
 
 
ความอยากเดินก็คือ ความรู้สึกขอบคุณต่อทีมงานที่ร่วมกันเก็บข้อมูลมา   และต้องการตอบแทนพวกเขาด้วยผลงานการวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูลอย่างเต็มที่    ไม่ให้ข้อมูลที่เก็บมาแล้วต้องเสียเปล่า   ทางอีกครึ่งหนึ่งเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแล้ว   แต่ทำเพื่อตอบแทนความเสียสละของทีมงาน
 
 
รอยยิ้มของทีมงาน พลังความทุ่มเทของทีมงาน แน่นอนว่ามันยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำของเรา   พลังเหล่านี้มันไม่ได้หายไปไหน มันลอยอยู่ในห้วงอวกาศรอบ ๆ ตัวเรา   แม้มันจะเกิดขึ้นในอดีต   แต่ก็ติดมาจนถึงปัจจุบัน   โดยมีจิตของเราเป็นพาหะ   นั่นทำให้พลังนี้ออกมาช่วยเราได้ในปัจจุบัน   และมันเป็นพลังมหาศาลที่จะผลักดันให้เราเดินหน้าต่อไปได้อีกเท่าตัว
 
 
เขียนมาถึงตรงนี้ทำให้ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่องหนึ่งนานมาแล้ว ผมจำชื่อไม่ได้ แต่ไม่ใช่กันดั้ม เป็นเรื่องของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งออกไปสู้กับฝ่ายตรงข้าม   ท้ายที่สุดพระเอกคนบังคับหุ่นต้องรวมพลังเพื่อยิงไปที่เป้าหมายสำคัญเป็นครั้งสุดท้าย   ถ้าทำได้ก็จะชนะแล้ว  เขามองเห็นรอยยิ้มของคนรอบข้าง และซาบซึ้งถึงความเสียสละทุ่มเทของคนอื่น ๆ ในการต่อสู้ครั้งนั้น ซึ่งบ้างก็สละชีวิตไปแล้ว    มันทำให้เขามีพลังเพิ่มขึ้นและใช้มันทำสิ่งที่เขาต้องการได้    ผมคิดว่ากันดั้มก็จบคล้าย ๆ กัน หรือแม้แต่บางตอนของสตาร์วอร์สก็เช่นกัน    พลังที่ผมว่ามันจึงน่าจะมีจริง   และถูกค้นพบโดยคนอื่น ๆ มาก่อนแล้ว
 
 
นักวิจัยจึงไม่ได้เป็นผู้ทำงานด้วยเครื่องมือวิจัย แต่ด้วยใจ 
 
 
เมื่อนักวิจัยต้องเดินต่ออีกหลังจากปิดโครงการ เช่น นำผลการวิจัยไปเผยแพร่ในการประชุมวิชาการหรือลงวารสารวิชาการ   หากยังรู้สึกอยู่เสมอว่า เราต้องไม่ทำให้งานวิจัยนี้เสียเปล่า  เพราะพวกเราลงทุนลงแรงมามากแล้ว เราต้องตอบแทนในความเสียสละของทีมงาน   เราก็จะมีแรงใจที่จะทำการเผยแพร่ผลการวิจัย   ไม่เพียงแต่ปิดโครงการปิดแล้วปิดเลย
 
 
นั่นคือส่วนหนึ่งของสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่จะทำให้เป็นนักวิจัยที่ประสบความสำเร็จ   และแน่นอนว่าไม่มีสอนในตำราวิจัยใด ๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ