Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research ไลป์ซิก ดินแดนแห่งยอดอัจฉริยะ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ไลป์ซิก ดินแดนแห่งยอดอัจฉริยะ Print E-mail
คมสัน สุริยะ
19 พฤษภาคม 2553
 
เมืองไลป์ซิกเล่าขานถึงตำนานของคนสี่คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดอัจฉริยะของเยอรมัน 
 
ท่านแรกคือ โยฮัน เซบาสเตียน บ๊าค   นักแต่งเพลง


บ๊าคเกิดที่เมืองไอเซนนาร์ค ห่างไปทางทิศตะวันตกของเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี   เขามีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1685 ถึง 1750 อายุรวม 65 ปี    หนึ่งปีก่อนที่บ๊าคจะเสียชีวิตคือปีที่เกอร์เธ่ได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ ราวกับอัจฉริยะเกิดมาแทนที่อัจฉริยะ   เขาแต่งเพลง Toccata and Fugue in D Minor ที่มีชื่อเสียง   เขาทำงานที่ไลป์ซิกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1723 ถึง 1750 รวมเวลาถึง 27 ปี ที่โบสถ์ โทมัสเคียเช่อ   บั้นปลายของชีวิตเขาตาบอด บ๊าคเสียชีวิตด้วยโรคนิวโมเนีย   ร่างของเขาถูกฝังไว้ที่โบสถ์แห่งนี้   ทุกวันนี้เรายังสามารถชมเครื่องออร์แกนของบ๊าคได้ที่โบสถ์   ทางโบสถ์ยังได้ประดับกระจกสีเป็นรูปของเขา  และได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้หน้าโบสถ์   ก่อนที่จะมีการสร้างเป็นอนุสาวรีย์ในเวลาต่อมา
 



























คลิ๊กที่รูปด้านล่างนี้เพื่อฟังเพลง Toccata and Fugue in D Minor บรรเลงโดยวาเนสซ่า เมย์ 


ที่มา:  www.youtube.com





ท่านที่สองคือ โยฮัน โวล์ฟกัง ฟอน เกอร์เธ่ นักปราชญ์


เกอร์เธ่เกิดที่เมืองแฟร้งค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี   เขามีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1749 ถึง 1832 รวมอายุได้ 82 ปี   เกอร์เธ่มาศึกษาวิชานิติศาสตร์ที่เมืองไลป์ซิกระหว่างปี ค.ศ. 1765 ถึง 1768 หรือระหว่างอายุ 16 ถึง 19 ปี   แต่เขาพบว่าเขาสนใจเรียนเรื่องบทกวีมากกว่า และได้ติดตามเรียนกับอาจารย์ชื่อ คริสเตียน เกลแลท อย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งสามารถเขียนบทกวีและบทละครได้หลายเรื่อง เขาตกหลุมรักกับ เคชเช่น เชินคอร์ฟ แต่เนื่องจากผลการเรียนด้านนิติศาสตร์ไม่ค่อยก้าวหน้าทำให้เขาถูกพ่อบังคับให้ย้ายกลับแฟร้งค์เฟิร์ต   เกอร์เธ่เสียใจมากที่ต้องจากนางอันเป็นที่รักจนล้มป่วยและตรอมใจเกือบเสียชีวิต   ต่อมาอีกยี่สิบปีเขาถึงได้พบกับสาวน้อยอายุ 23 ปีชื่อ โยฮันนา วุลปิอุส ซึ่งทั้งคู่คบกันอย่างลับ ๆ นานถึง 18 ปีจนกว่าจะแต่งงานกันเมื่อเกอร์เธ่มีอายุได้ 57 ปี 
 
 







ท่านที่สามคือ ฟรี้ดดริช ชิลเล่อร์ นักกวี


ชิลเล่อร์กับเกอร์เธ่เป็นเพื่อนกัน ทั้งคู่ต่างนับถือฝีมือกันในเรื่องการแต่งบทกวี ชิลเล่อร์เกิดที่เมืองเวิร์ทเทมแบร์ก ประเทศเยอรมนี เขาเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว มีพี่สาวและน้องสาวอีกห้าคน พ่อเป็นแพทย์ทหาร   บ้านเขาอยากให้เขาเป็นนักบวช   แต่ไป ๆ มา ๆ เขากลับต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารและได้เป็นหมอเหมือนพ่อ    ระหว่างที่เรียนอยู่ที่คาร์ลสรูห์ เขาได้พบกับเกอร์เธ่และรุสโซ    ทั้งสามสนทนากันในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างออกรสชาติ     จนทำให้ชิลเล่อร์เขียนบทละครล้อการเมืองเรื่องแรกขึ้นและนำออกแสดง   ปรากฏว่าเขาโดนจับและโดนจำคุกไป   14 วัน    ต่อมาเขาได้เป็นหมอที่สตุ้ทการ์ด    แต่เขาไม่ชอบก็เลยแอบหลบเดินทางไปยังแฟร้งค์เฟิร์ต แล้วตระเวนต่อไปยังมานไฮมม์ ไลป์ซิก เดรสเด้น ไวร์มา และเยน่า   ที่ไลป์ซิกนี้เอง ชิลเล่อร์พักอยู่ที่บ้านแถบชานเมืองชื่อว่าย่าน กอร์ลิส เขาได้พบกับความสงบและความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งชีวิตที่ไม่ลำบากเกินไปเรื่องข้าวปลาอาหารเพราะสามารถเดินเท้าเข้ามาในเมืองไลป์ซิกได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก   ณ ที่นี่เองเขาได้แต่งบทกวีอันลือชื่อ Ode an die Freude    ชิลเล่อร์มีอายุอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1759 ถึง 1805 รวมอายุได้เพียง 45 ปี เขาเสียชีวิตด้วยวัณโรค
 
 








คลิ๊กที่รูปด้านล่างนี้เพื่อฟังเพลง  Ode an die Freude  ขับร้องโดยวงประสานเสียงของ ก๊อทฮิลฟ์ ฟิชเชอร์ แอนด์ ชอร์


ที่มา:  www.youtube.com




ท่านที่สี่คือ เฟลิกซ์ เมนเดลโซน นักแต่งเพลง
 

เมนเดลโซนเกิดที่เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี   เขามีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1809 ถึง 1847   อายุรวมเพียง 38 ปี เขามารับงานเป็นวาทยากรของวง ไลป์ซิก เกวานเฮ้าส์ ออเครสต้รา ที่เมืองไลป์ซิก และได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตที่นี่   เขาปฏิเสธการไปทำงานที่เบอร์ลินทั้ง ๆ ที่ได้รับคำเชิญจากกษัตริย์ปรัสเซียให้ไปหัวแรงช่วยบูรณะด้านการดนตรี   ทั้งนี้เพราะว่าพิศมัยชีวิตที่ไลป์ซิก     เขาเสียชีวิตเพราะการทำงานหนักเกินไปและความเศร้าจากการสูญเสียน้องสาว
 






ฟังเพลงที่เมนเดลโซนแต่ง ซึ่งบรรเลงโดย อันเน่อ โซฟี มุตเต้อร์   อำนวยเพลงโดยปรมาจารย์ ควร์ท มาสซู 
(อาจารย์ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี) ณ เกวานเฮ้าส์  ไลป์ซิก  คลิ๊กที่ภาพด้านล่างนี้
 
 

ที่มา:  www2.deutschegrammophon.com





Link
  • เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี   Leipzig, Germany



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ