Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Experience in tourism logistics เมื่อต้องวางแผนโลจิสติกส์การท่องเที่ยวให้ตัวเองในยุโรป
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เมื่อต้องวางแผนโลจิสติกส์การท่องเที่ยวให้ตัวเองในยุโรป Print E-mail
คมสัน สุริยะ
7 พฤษภาคม 2553
 
 
ผมมีกำหนดการต้องเดินทางในช่วงสี่เดือนนี้ค่อนข้างมาก อาทิตย์หน้าต้องไปเมืองเดรสเดน (เยอรมนี) เดือนหน้าไปเมืองรีมินี (อิตาลี)   เดือนกรกฎาคมไปเมืองอีสตันบูล (ตุรกี) และเดือนสิงหาคมไปเมืองโกเตนเบิร์ก (สวีเดน)   เวลาต้องจัดการเรื่องการเดินทางและที่พักเองนี่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน   วันนี้จึงอยากมาเล่าประสบการณ์ในการวางแผนโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ผมประสบมากับตัวเอง
 

ความต้องการของนักเดินทาง
 
1. ความต้องการในเรื่องการเดินทาง
อยากได้ราคาตั๋วที่ถูกที่สุด ในเวลาเดินทางที่เราสะดวกที่สุด 
 
2. ความต้องการในเรื่องที่พัก
อยากได้ห้องพักราคาถูกที่สุด ในทำเลที่ใกล้กับที่ประชุมสัมมนาที่สุด   (ถ้าได้ใกล้กับสถานีรถไฟด้วยยิ่งดี เพราะสถานีรถไฟเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมของยุโรป) และคุณภาพได้มาตรฐาน
 
3. ความต้องการเรื่องความชัดเจนของกำหนดการ
ต้องการความแน่นอนชัดเจนทุกอย่างในการเดินทางตั้งแต่ออกจากบ้านจนกลับมาถึงบ้านอีกครั้ง   ทั้งเรื่องการเชื่อมต่อของการเดินทาง ความแน่นอนของที่พัก และสรุปรวมเรื่องค่าใช้จ่าย 

4. ความต้องการความรู้สึกว่าปลอดภัย
การจองที่พักหรือยานพาหนะในการเดินทาง  หากเป็นครั้งแรกก็ต้องมีกังวลกันบ้าง  เพราะว่าไม่เคยใช้บริการมาก่อน  ก็ไม่แน่ใจว่าคุณภาพจะเป็นอย่างไร  ดังนั้นหากสามารถได้รับข้อมูลมากเท่าใดก่อนยิ่งดี  เช่น ในเว็ปไซต์ของโรงแรมที่พักจะมีรูปของห้องพักไว้ให้เราดูว่าพอจะรับได้ไหม  หรือในเว็ปบอร์ดของนักเดินทางอาจจะเคยคุยกันในเรื่องที่เราอยากรู้พอดี  เป็นต้น  หากไม่มีข้อมูลมาก่อนก็คงต้องกล้าลองเสี่ยงดวงดู  ก็จะสนุกตื่นเต้นไปอีกแบบ
 


เครื่องมือในการวางแผนโลจิสติกส์ท่องเที่ยว
 
1. กูเกิ้ลแม็ป   (Google map) ใช้สำหรับตรวจสอบว่าเมืองที่ไปอยู่ที่ไหน   และที่พักอยู่ห่างจากสถานีรถไฟและที่ประชุมสัมมนามากน้อยเท่าใด   รวมถึงสามารถใช้เส้นทางไหนเดินทางระหว่างสามจุดนี้
 
2.  ตารางเที่ยวบินและราคาตั๋วเครื่องบินระหว่างสนามบินใกล้บ้านกับสนามบินปลายทาง   ต้องเปรียบเทียบหลาย ๆ สายการบิน เพราะว่าค่าตั๋วต่างกัน   ต้นทางและปลายทางต่างกัน และวันเวลาเดินทางต่างกัน   บางทีอาจจะไม่มีเที่ยวบินไปลงเมืองที่เราจะไปโดยตรง ก็ให้ไปลงเมืองใกล้ ๆ แล้วก็ต่อรถไฟหรือรถบัส
 
3. ตารางเดินรถไฟจากบ้านไปยังสนามบิน   การขึ้นเครื่องบินต้องเผื่อเวลาให้เราไปถึงสนามบินก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง   ดังนั้นเราต้องเลือกขบวนรถไฟที่จะสามารถพาเราไปถึงสนามบินทันตามเวลา
 
4. ตารางเดินรถเมล์   การออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถไฟต้องกะจังหวะรถเมล์ให้ถูกต้อง หากขบวนรถไฟออกเช้าเกินไป แต่ยังไม่มีรถเมล์วิ่ง   ก็ย่อมออกบ้านไปขึ้นรถไฟไม่ทัน
 
5. การจองที่พัก   เรื่องสำคัญคือระหว่างวันไปและวันกลับที่เราจองตั๋วเครื่องบินนั้น เรามีที่พักหรือไม่   โดยปกติการประชุมสัมมนาอาจจะกินเวลา 3-4 วัน   เราก็ต้องอยู่ที่เมืองนั้น 4-5 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงเครื่องบินมาเป็นวันแรกซึ่งมักจะต้องไปก่อนหนึ่งวัน ไปจนถึงคืนสุดท้ายของการประชุม   ดังนั้นต้องหาโรงแรมที่มีห้องพักที่ว่างในระยะเวลาที่เราต้องการ
 
6. ตารางการเดินรถจากสนามบินมายังที่พัก   เป็นการเชื่อมต่อสุดท้ายที่เราต้องกะเวลาให้ดี เพราะบางทีโรงแรมกำหนดว่าจะต้องเช็คอินก่อนหกโมงเย็น หากไม่ทันก็ต้องแจ้งเขาล่วงหน้า ดังนั้นเราต้องรู้ว่าจากสนามบินมายังที่พักต้องใช้เวลาเท่าใด
 


ปัญหาและอุปสรรค
 
ผมพบว่าขั้นตอนที่ 2 คือการเลือกสายการบินใช้เวลานานมาก เพราะต้องเปรียบเทียบอย่างน้อยสามสายการบิน ที่ควรระวังคือราคาที่ปรากฏหน้าจออาจจะไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่เราต้องจ่าย บางสายการบินดูเหมือนจะถูกแต่เมื่อบวกรวมสิ่งต่าง ๆ เข้าไปอีกกลับแพงกว่า   อีกอย่างหนึ่งคือต้องดูว่าเครื่องบินออกจากสนามบินไหน บางทีราคาถูกกว่าแต่สนามบินไปไกลกว่า เราก็ต้องจ่ายค่ารถไฟแพงกว่า แบบนี้อาจจะไม่คุ้ม   นอกจากนั้นถึงเราจะได้เที่ยวบินใกล้บ้านและราคาถูก แต่วันเวลาอาจจะไม่ตรงกับที่เราต้องการ     เช่น เราอาจจะต้องเดินทางไปก่อนสองวัน และกลับหลังจากนั้นอีกสามวัน   แบบนี้เราก็จะเสียค่าที่พักเพิ่มและเสียเวลาทำงานอย่างอื่น   สุดท้ายคือเวลาออกเดินทาง   บางเที่ยวบินถึงจะราคาถูกแต่ออกตอนตีสามครึ่ง แบบนี้ทางเดียวที่จะไปขึ้นเครื่องทันก็คือต้องไปค้างคืนที่สนามบิน ซึ่งคงจะทุลักทุเลน่าดู
 
 
ในเรื่องการจองที่พัก ต้องระมัดระวังข้อมูลที่อาจจะไม่เป็นความจริง เช่น ระยะทางจากสถานีรถไฟ   ในข้อมูลอาจจะบอกว่าใกล้สถานีรถไฟ แต่ขอให้ตรวจสอบจากกูเกิ้ลแม็ปอีกครั้งก่อน ผมเคยเจอว่าจริง ๆ อยู่ไกลหลายกิโลเมตรก็มี ดังนั้นอย่าไว้ใจตัวเลข    ที่สำคัญขอให้อ่านคำวิจารณ์ของผู้ที่เคยเข้าพักแล้ว เพื่อดูว่าเราพอจะรับได้กับสภาพโรงแรมหรือไม่ และมีปัญหาอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยง
 
 
เรื่องบัตรเครดิตเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการจองตั๋วเครื่องบินต้องใช้บัตรเครดิต แต่ค่าที่พักสามารถใช้เงินสดได้ ดังนั้นต้องแน่ใจว่า  วงเงินในบัตรเครดิตเพียงพอกับค่าตั๋วเครื่องบิน
 
 
เมื่อยืนยันกำหนดการเดินทางและที่พักไว้ครบถ้วนแล้ว ให้พิมพ์เอกสารทุกอย่าง รวมถึงแผนที่สำหรับการเดินทางในท้องถิ่น (ตัดภาพจากกูเกิ้ลแม็ปด้วยโปรแกรมชื่อว่าเพ้นท์ ซึ่งติดตั้งมาพร้อมกับวินโดว์) แล้วจัดเข้าแฟ้มไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยเรียงเอกสารที่ต้องใช้ก่อนหลังเอาไว้   ก่อนเดินทางให้ตรวจเช็คความครบถ้วนอีกครั้ง
 
 
สุดท้ายให้สรุปค่าใช้จ่าย และแยกว่าเป็นการใช้เงินสดเท่าไร ใช้วงเงินบัตรเครดิตเท่าไร เพื่อคำนวณงบประมาณสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป รวมถึงวงเงินที่เหลือในบัตรเครดิต   หากต้องการเพิ่มวงเงินอาจจะโทรปรึกษาธนาคารของท่านได้   โดยแจ้งว่าต้องการเพิ่มวงเงินชั่วคราวสำหรับกรณีเดินทางไปต่างประเทศ   หรือหากเพิ่มวงเงินไม่ได้   ให้ทางบ้านที่เมืองไทยโอนเงินสดเข้าบัญชีที่ใช้ชำระบัตรเครดิตก่อน  ก็จะทำให้วงเงินเพิ่มได้โดยอัตโนมัติ   ซึ่งวิธีนี้จะดีกว่าโอนเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากจะไม่เสียค่าธรรมเนียมและไม่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
 
 
เรื่องที่อาจจะทำให้ตกใจอยู่บ้างก็คือ  การซื้อตั๋วเครื่องบินแบบออนไลน์  แล้วจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต  จะได้ตั๋วแบบ e-ticket  ซึ่งจะส่งมาที่เมลของเรา  แต่ปัญหาก็คือเจ้า e-ticket ไม่ยอมมาเสียที  ทั้ง ๆ ที่เอกสารยืนยันการจองตั๋วก็มาตั้งนานแล้ว   รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มา  กรณีนี้อาจจะทำให้ตกใจได้บ้าง  เพราะว่ามันจะไม่มาหากการชำระเงินไม่สมบูรณ์  นั่นแปลว่าอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับบัตรเครดิตของเรา  ซึ่งหากมีปัญหาจริงก็ต้องย้อนกลับไปทำรายการใหม่อีก  เสียเวลาและอาจจะไม่ได้ราคาเดิม   ทางแก้ก็คือให้รอ  เพราะอีกสักชั่วโมงมันก็จะมา  ไม่ต้องกังวลมาก


เรื่องที่อาจจะทำให้เกิดความติดขัดในการเดินทางคือเรื่องการขอวีซ่าไปยังประเทศนอกกลุ่มเชงเก้น  วีซ่านักเรียนประเภท Residence permit (Aufenthaltstitel สำหรับประเทศเยอรมนี)  จะใช้เดินทางได้เฉพาะในกลุ่มประเทศเชงเก้น 24 ประเทศเท่านั้น  หากนอกจากนี้ต้องขอวีซ่า  ซึ่งกระบวนการโดยปกติไม่ยาก  จะใช้เวลาประมาณ 3 วันในกรณีที่ Residence permit มีเวลาเหลืออย่างน้อยหกเดือนนับจากวันขอวีซ่า   หากมิใช่อย่างนั้น  การขอวีซ่าต้องส่งเรื่องไปขออนุมัติยังประเทศที่เราจะไป  และอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 - 8 สัปดาห์  ซึ่งปัญหาก็คือระหว่างนั้นพาสปอร์ตของเราจะถูกยึดไว้ที่สถานฑูตที่เราไปขอวีซ่า   ทำให้เราจะเดินทางไปยังประเทศอื่นไม่ได้  ดังนั้นถ้ารอได้ก็รอ  ถ้ารอไม่ได้ขออาจจะหมดสิทธิ์ที่จะขอวีซ่าประเทศนั้นไปโดยปริยาย




การอำนวยความสะดวกของผู้จัดประชุมในเรื่องโลจิสติกส์ท่องเที่ยว
 
นักเดินทางจะทำงานเรื่องโลจิสติกส์ท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น เมื่อผู้จัดการประชุมอำนวยความสะดวกในข้อมูลเหล่านี้
 
1. ที่อยู่ที่ชัดเจนของสถานที่ที่จะใช้จัดประชุม   และทดลองค้นหาด้วยกูเกิ้ลแม็ปดูแล้วว่าที่อยู่นั้นบอกตำแหน่งที่ถูกต้องของอาคารนั้น  
 
2. วิธีการเดินทางจากสถานีรถไฟของเมืองนั้นมายังอาคารที่ประชุม
 
3. สนามบินที่ใกล้เคียง 3 ? 4 แห่ง เรื่องนี้สำคัญมากแต่มักจะถูกมองข้าม เพราะว่านักเดินทางไม่มีความรู้เรื่องสนามบินใกล้เคียงในประเทศนั้นดีเท่ากับเจ้าถิ่น   เมื่อทราบข้อมูลนี้จะทำให้สามารถเลือกเที่ยวบินได้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพราะอาจจะไม่มีเที่ยวบินที่ไปยังสนามบินของเมืองนั้นได้โดยตรง
 
4. วิธีการเดินทางจากสนามบินแต่ละแห่งมายังเมืองที่จัดประชุม   อัตราค่าโดยสาร ระยะเวลาการเดินทาง ตารางการเดินรถท้องถิ่น   และป้ายหรือสถานีที่จะต้องลง  

อย่าบอกแค่ว่าให้นั่งแท็กซี่มา   เพราะอาจจะหาแท็กซี่ไม่พบก็ได้  บางประเทศต้องโทรเรียกแท็กซี่ ไม่มีแบบที่มารอรับ ซึ่งวิธีการโทรนี้อาจจะคุ้นกันในหมู่เจ้าถิ่น แต่คนเดินทางมาถึงใหม่ ๆ ไม่คุ้นและไม่สนุกด้วย และที่สำคัญคนรับโทรศัพท์อาจจะไม่พูดภาษาอังกฤษ ถึงพูดภาษาอังกฤษก็อาจจะไม่รู้เรื่องกันเพราะคุยกันทางโทรศัพท์อาจจะสื่อสารกันผิด ๆ ถูก ๆ ได้
 
5. รายชื่อโรงแรมใกล้กับสถานที่ประชุม อัตราค่าห้องพักทั้งแบบห้องเดี่ยวและห้องคู่   ที่อยู่ของโรงแรม 
 
6. แหล่งท่องเที่ยวประจำเมืองที่ไม่ไกลจากสถานที่ประชุม
 
7. ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าเดินทางเข้าประเทศ และพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น   สำคัญมากที่ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าประเทศนั้นอยู่ในข้อตกลงวีซ่าเชงเก้นหรือไม่ เพราะหากไม่อยู่แล้ว นักเดินทางจากประเทศอื่นในยุโรปต้องทำวีซ่าด้วย
 
 
 




 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ