Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ตำราเรียน แนะแนวการทำวิทยานิพนธ์ ไดอารี่วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ไดอารี่วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก Print E-mail
คมสัน สุริยะ
29 เมษายน 2553

 
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเป็นงานที่ไม่ยากแต่ใช้เวลามาก ผมจะลองลำดับเหตุการณ์ที่นักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งได้พบมาหลังจากที่ได้ข้อมูลกลับมาจากภาคสนามแล้วจนถึงวันที่กำลังเขียนบทความนี้


 
งานช้าง: ทำข้อมูลให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

ข้อมูลจากภาคสนามอยู่ในหลายไฟล์และจากหลายแหล่งที่มา     การจะเอามารวมกันนั้นอาจจะไม่ยากนัก    แต่จะให้เข้ากันด้วยนั้นไม่ง่าย  ตัวอย่างของความเข้ากัน เช่น    นี่คือตัวแปรของ observation เดียวกันใช่ไหม    นี่คือข้อมูลจากปีเดียวกันหรือไม่   จัดให้อยู่ในหน่วยวัดเดียวกัน  จัดการกับ missing value แล้วหรือยัง   ข้อมูลอันเกิดจากการคำนวณโดยใช้ตัวแปรอื่นแน่ใจว่าใช้ชุดข้อมูลที่ถูกต้อง   การคำนวณไม่ตกหล่นอะไรแล้ว  ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์อื่น ๆ ใช้ชุดเดียวกันทั้งหมดไม่ผิดเพี้ยน  เป็นต้น   สาเหตุที่ต้องเข้ากันได้ก็เพราะเวลาจะเอาไปรันในแบบจำลองนั้นมันจะต้องยกไปพร้อม ๆ กัน   ไม่ใช่ต่างคนต่างไป และที่สำคัญก็คือเมื่อเข้าไปในแบบจำลองแล้ว เราก็ไม่อยากกลับมาแก้ข้อมูลอีก เพราะว่าถ้าต้องกลับมาแก้กันไปแก้กันมา ก็ต้องรันแบบจำลองใหม่ เหมือนกับทำงานซ้ำซ้อน เสียทั้งเวลา และซ้ำซากจำเจน่าเบื่อ  ดังนั้นอย่าใจร้อนรีบรันแบบจำลองตอนที่ข้อมูลยังไม่แน่น  ทำข้อมูลให้ดี ๆ ก่อนแล้วค่อยยกไปรันจะเสียเวลาน้อยกว่า
 
 

งานแมงมุม: ถักทอความรู้ประสานกันเป็นโยงใยเพื่อหาวิธีรันแบบจำลองที่ดีที่สุด

คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก็คือจะใช้แบบจำลองอะไร แล้วทำไมไม่ใช้แบบจำลองอื่น     การที่จะรู้ว่าแบบจำลองนี้ดีอย่างไรและแบบจำลองอื่นไม่ดีอย่างไรก็ต้องพึ่งพาความช่างสงสัยเป็นอย่างมาก  เช่น   คำศัพท์นี้คืออะไร   แบบจำลองนี้ใช้กับตัวแปรอะไร  เขาตั้งสมการว่าอย่างไร  มันจะทำให้เส้นกราฟออกมาหน้าตาอย่างไร    สัญลักษณ์ประหลาด ๆ นี้คืออะไร  เป็นต้น  หากไม่สงสัยก็จะไม่มีความกระหายอยากเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้     รวมทั้งเข้าสัมมนาฟังประสบการณ์ของคนอื่น   และอ่านตำรับตำราที่เกี่ยวข้องให้ตรงจุด    ข้อมูลและความรู้ที่ได้ทั้งหมดเมื่อถักทอเชื่อมโยงต่อกันได้แล้วก็จะกลายเป็นเหมือนตาข่ายใยแมงมุมที่พร้อมจะดักจับข้อมูล  แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็ว่ากันไปเป็นเทอม  พร้อมกับการลองผิดลองถูกอีกสักพัก
 
 
 
งานนกฮูก: ทำตาโต ๆ เข้าไว้เพราะต้องอ่าน อ่าน และอ่าน

ตัวแปรที่จะนำมาใช้ในแบบจำลองเศรษฐมิติมีสามประเภท คือ หนึ่ง ตัวแปรตาม (dependent variable) เป็นผลลัพธ์ที่เราสังเกตพบ สอง ตัวแปรต้น (testing variable) เป็นตัวที่เราต้องการทดสอบว่าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ใช่หรือไม่ โดยปกติแบบจำลองหนึ่งก็จะมีเพียงตัวเดียว และ สาม ตัวแปรควบคุม (controlled variable) เป็นตัวแปรอื่น ๆ ที่จะมีผลต่อตัวแปรตาม แต่เราไม่ได้สนใจจะทดสอบ การที่จะต้องใส่เข้าไปด้วยนั้นเพื่อว่าให้แบบจำลองขจัดผลอันเกิดจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ออกให้หมดก่อนที่จะมาดูผลอันเกิดจากสาเหตุที่เราต้องการทดสอบ    ตัวแปรควบคุมนี้อยู่ ๆ เราจะใส่เข้าไปในแบบจำลองไม่ได้ ต้องมีเอกสารอ้างอิงว่าทำไมมันถึงจะไปมีผลต่อตัวแปรตาม หรือการศึกษาไหนที่เคยใช้ตัวแปรนี้แล้วบ้าง   ดังนั้นต้องอ่านมาก ๆ และยังต้องรวบรวมเอกสารที่อ่านแล้วทั้งหลายไว้ให้เป็นสัดเป็นส่วนเพื่อสะดวกในการอ้างอิงในภายหลัง
 
 

งานสิงโต: ลุ้นว่าจะจับเหยื่อได้หรือไม่หรือต้องทนหิวต่อไป

เมื่อเรารันแบบจำลองเราต้องมีศักดิ์ศรี  หมายความว่า  เราต้องทำตามหลักในการเลือกตัวแปรอย่างเคร่งครัด  คือ    ต้องใส่ตัวแปรควบคุมให้ครบถ้วน หากต้องเลือกใช้ตัวแปรเครื่องมือ (instrumental variable สำหรับ IV regression) หรือตัวแปรทางเลือก (selection variable สำหรับ Heckman selection model)  ก็ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าเลือกตัวแปรเหล่านั้นมาได้อย่างไรและทำตามนั้นอย่างเคร่งครัด   เมื่อได้แบบจำลองที่แน่นอนออกมาแล้วก็ให้รันตามนั้นอย่าพึ่งไปปรับเปลี่ยนอะไร   ผลที่ได้ก็จะเป็นตัวบอกว่าตัวแปรที่ต้องการทดสอบมีนัยสำคัญหรือไม่   จังหวะนี้เองต้องลุ้นกันตัวโก่ง ถ้าเกิดไม่มีนัยสำคัญขึ้นมาจะไปดัดแปลงอะไรตามอำเภอใจไม่ได้   ก็ต้องยอมรับไปตามนั้น แล้วค่อยมาวิเคราะห์กันดูว่ามันมีปัญหาอะไร แล้วพอจะแก้ไขได้อย่างไร        อุปมาเหมือนเป็นสิงโต    ถ้าจับเหยื่อไม่ได้ก็ให้หยิ่งในศักดิ์ศรี   อย่าไปคิดแก้แบบจำลองไปแบบเรื่อยเปื่อย   หรือแม้แต่บิดเบือนข้อมูล    เพราะว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาอีกเยอะ    แม้จะทำให้เกิดนัยสำคัญ (singnificance) ออกมาได้ก็ตาม   แต่มักจะใช้ไม่ได้เพราะจะมีปัญหาต่าง ๆ มากมายจากการแก้ไขที่ไม่ถูกหลักการ


 
 
งานเป็ด: คิดว่ามันเป็นเพราะเหตุใดอย่างรอบด้าน

เป็ดทำอะไรได้ทุกอย่างรอบด้าน   ให้ลองคิดถึงหน้าของโดนัลด์ดั๊กเวลาที่เขาครุ่นคิดจะขมวดคิ้วแล้วทำหน้าเหมือนว่าตัวเองฉลาดที่สุด    เมื่อผลการศึกษาออกมาแล้วและดีมีนัยสำคัญ   เรื่องต่อไปก็คือมันเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร   นักวิจัยที่รอบคอบจะเขียนไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเหตุผล (argument) ที่อธิบายนัยสำคัญคืออะไร ซึ่งทำให้งานง่ายขึ้น    แต่ถ้าแบบจำลองมีการปรับเปลี่ยนหรือผลออกมาว่าไม่มีนัยสำคัญซึ่งผิดไปจากแผนการที่ตั้งไว้แต่ต้น  หรือ argument ที่คาดว่าจะเป็นอย่างนั้นไม่เป็นไปตามคาด  หรือลืมนึกถึงว่าอะไรจะเป็น argument ของการทดสอบครั้งนี้   ก็จะต้องมานั่งขบคิดกันว่าผลที่ออกมานั้นมันเป็นเพราะอะไร    นักวิจัยจะต้องเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมาจากภาคสนามเพื่อพยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้ทั้งหมดและปะติดปะต่อกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล   


ใครที่ยังไม่เข้าใจเรื่อง argument  ขออธิบายต่ออีกเล็กน้อยคือ  เวลาเรารันแบบจำลองออกมาพบว่าตัวแปรที่เราต้องการทดสอบ (testing variable) มีนัยสำคัญหรือไม่มีนัยสำคัญก็ตาม  เราไม่เพียงแต่จะบอกว่าตัวแปรนี้มีผลหรือไม่มีผลต่อตัวแปรตาม  แต่เราต้องบอกได้ว่าทำไมมันถึงมีผล  ทำไมมันถึงไม่มีผล   มันทำงานผ่านกลไกอะไร   และไม่ใช่การเดาส่งเดช   มันต้องมีหลักการทางวิชาการรองรับ   หลักการนี้โดยมากจะเขียนไว้ในส่วนของ ทฤษฎีและกรอบแนวคิด   และค้นคว้าผลการศึกษาในอดีตที่พยายามตอบคำถามเดียวกันนี้ไว้ในส่วนของ  การทบทวนวรรณกรรม


Argument บางอย่างอาจจะจำเป็นต้องแสดงข้อมูลเชิงปริมาณด้วย  เพื่อที่จะยืนยันว่า  argument นี้ได้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่และเวลาที่เราศึกษา  ซึ่งจะทำให้กล่าวสรุปได้ว่า   ปัจจัยที่เราสนใจนั้นมีผลกระทบกับเรื่องนี้อยู่จริง  เพราะเหตุผลตาม argument ที่ยกมาอธิบาย  และ argument นั้นก็มีตัวเลขยืนยันว่าได้เกิดขึ้นจริง  ไม่ใช่แค่การคาดเดาหรือทึกทักเอา   ดังนั้นนักวิจัยอย่าลืมเก็บตัวเลขที่สนับสนุนการมีอยู่จริงของ argument ต่าง ๆ ด้วย  ต้องเตือนไว้ก่อนเพราะชอบลืมกัน   มัวแต่สนใจตัวเลขสำหรับการรันแบบจำลองเกินไปจนลืมเรื่องตัวเลขสนับสนุน argument


ต่อคำถามที่ว่าตัวแปรควบคุม (controlled variale) จำเป็นต้องมีนัยสำคัญไหม  ต้องเขียนไว้ในทฤษฎีและกรอบแนวคิดไหม  และต้องทบทวนวรรณกรรมไหม  และทำไม R-square มักจะต่ำ   ขอตอบอย่างนี้ว่า  ตัวแปรควบคุมจำเป็นต้องใส่ไว้ในแบบจำลอง เพื่อให้การวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากตัวแปรที่เราสนใจเป็น partial effect  หมายความว่าเป็นผลที่เกิดจากตัวมันล้วน ๆ เนื่องจากได้ตัดผลอันเกิดจากตัวแปรอื่น ๆ ไปแล้ว  ภาษาวิชาการเรียกว่า  ceteris paribus  หมายถึงเมื่อคิดว่าปัจจัยอื่น ๆ ทั้งหมดคงที่    แต่มันไม่จำเป็นต้องมีนัยสำคัญเพราะว่าการศึกษาของเราอยู่ต่างจากบริบทของการศึกษาอื่น  ผลก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน   สังเกตได้ว่าการศึกษาที่เด่น ๆ จำนวนมากก็ไม่ได้เห็นว่าตัวแปรควบคุมทุกตัวจะต้องมีนัยสำคัญ    เราไม่จำเป็นต้องอธิบายไว้อย่างยืดยาวในส่วนของทฤษฎีและกรอบแนวคิดเพราะตัวแปรประเภทนี้มีเป็นจำนวนมาก  หากต้องอธิบายกันทุกตัวอย่างละเอียดก็คงจะใช้เวลาสามวันสามคืนก็อาจจะไม่หมด   แต่ให้อธิบายไว้สั้น ๆ ในส่วนของรายละเอียดแบบจำลอง   และอ้างอิงคำอธิบายจากเอกสารอ้างอิงต่าง ๆ  โดยการระบุชื่อผู้แต่งและปีแนบท้ายประโยค    ส่วนเรื่อง R-square  ต่ำเป็นเรื่องปกติของการศึกษาที่ใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง  เพราะจะมีอะไรที่อธิบายสิ่งที่เกิดในจุดหนึ่งของเวลาได้อย่างแม่นยำเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  เช่น  ฟุตบอลสิบคู่ใครจะชนะ  ถ้าทายถูกทุกคู่ก็ไม่ต้องทำงานแล้ว    หากค่า  R-square มีค่าสูง ๆ นั้นแทนที่จะดีกลับจะน่าเป็นห่วง   เพราะอาจจะเกิดความผิดพลาดในการเลือกตัวแปรจนมีปัญหา Endogeneity อย่างรุนแรง 
 
 


งานกระต่าย: รีบชิงพื้นที่งานสัมมนาวิชาการ

โดยมากการประกาศรับสมัครผลงานที่จะนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติมักจะมีขึ้นก่อนที่งานวิจัยจะเสร็จ   ดังนั้นนักวิจัยต้องรีบเขียนบทคัดย่อ (abstract) หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าผลการศึกษาออกมาเป็นอย่างนั้น แล้วส่งไปยังงานประชุม โดยที่ไม่ต้องรอให้รายงานฉบับสมบูรณ์ออกมา การได้นำเสนอผลงานในการประชุมสัมมนาเหล่านี้จะมีผลการได้ข้อคิดเห็นจากผู้ฟังที่จะนำไปปรับปรุงวิทยานิพนธ์   มหาวิทยาลัยบางแห่งถือว่าเป็นเรื่องบังคับที่ต้องทำก่อนสอบวิทยานิพนธ์     และบางแห่งนับเป็นคะแนนที่จะให้แก่วิทยานิพนธ์ฉบับนั้นด้วย
 


 
งานเต่า: ต้วมเตี้ยมเขียนรายงาน

การเขียนเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้อ่านทราบตั้งแต่แรกเป็นงานที่ไม่ยากแต่ไม่เสร็จเสียที   ทั้งนี้เพราะหลายเหตุผล เช่น นักวิจัยเหนื่อยจากงานที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด   นักวิจัยทราบผลการศึกษาแล้วจึงไม่มีแรงกระตุ้นให้ไปข้างหน้าต่อ   นักวิจัยเบื่อที่จะต้องกลับไปคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาในหลายสิบเดือนที่แล้ว   นอกจากนั้นก็ต้องเขียนด้วยภาษาที่คนอื่นเข้าใจทำให้ต้องคิดว่าเขียนอย่างนี้ผู้อ่านจะเข้าใจหรือยัง   การจะเขียนให้สั้น ๆ ก็คงทำไม่ได้   รายละเอียดต่าง ๆ ก็ต้องบันทึกไว้เพื่อที่จะเป็นการอ้างอิงให้กับตัวเองในอนาคตและเพื่ออธิบายให้ผู้อ่านทราบถึงกระบวนการคิดหรือกระบวนการทดลองได้อย่างชัดเจน   ไม่เพียงเท่านั้นเนื้อหาก็ต้องเรียบเรียงให้ไหลลื่นและมีเหตุผลสอดรับกัน   ที่สำคัญจะเยิ่นเย้อไม่ได้เพราะจะทำให้ผู้อ่านเสียเวลา   การใช้ภาษาก็ต้องขัดเกลาให้ถูกหลักของภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์นั้น   ก่อนส่งอาจารย์ก็ต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของการพิมพ์   การสะกดคำ ไวยากรณ์ ความถูกต้องของตัวเลขในตารางและในเนื้อหา ตลอดจนความแม่นยำในเรื่องสารบัญและการอ้างอิงท้ายเล่ม   ที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบว่าได้เขียนข้อความที่ต้องการสื่อ (central message) ไว้ครบถ้วนแล้วหรือไม่  แล้วเจ้าเต่าตัวนี้แหละที่จะรับไม้ต่อจากเพื่อน ๆ แล้วคลานเข้าเส้นชัย
 









 
 




 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ