Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย ทางเลือกของนักเรียนนอกเมื่อกลับมาเมืองไทย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ทางเลือกของนักเรียนนอกเมื่อกลับมาเมืองไทย Print E-mail
คมสัน สุริยะ
22  มีนาคม 2553
 
ผมทดลองศึกษากระแสและความรู้สึกของคนไทยผ่านเว็ปไซต์ www.tourismlogistics.com มาได้ปีกว่าแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุดที่ทดลองแหย่รังแตนดู   ทำให้ได้แง่คิดหลายเรื่อง
 
นักเรียนนอกมีสองทางให้เลือกเมื่อกลับถึงเมืองไทย
 
หนึ่ง   ช่วยกันทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมอุดมปัญญญา
สอง   หาประโยชน์ส่วนตนจากช่องว่างที่เมืองไทยยังพัฒนาไปไม่ถึง
 

ทางเลือกที่หนึ่งนั้นฟังดูดี   คือ   คนที่จบกลับมาจากเมืองนอกก็ควรจะมาเป็นกำลังของชาติ เพื่อทำให้ชาติก้าวหน้าไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด   ผมก็อยากจะเลือกทางนี้ แต่เท่าที่หยั่งกระแสดูแล้ว สังคมไทยยังยากที่เป็นสังคมอุดมปัญญา แม้จะช่วยกันผลักดันเท่าไรก็ตาม
 
สังคมไทยยังยึดอยู่กับระบบอุปถัมภ์   แบ่งฝ่ายเราฝ่ายเขา   ไม่รับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง สังเกตว่าไม่ค่อยมีใครกล้าออกมาโต้วาทะกันสด ๆ กลางเวที  มีแต่ให้ข่าวสารโจมตีฝ่ายตรงข้ามเพียงด้านเดียว   เมื่อคิดว่าใครสักคนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็จะปฏิเสธที่จะฟังความคิดเห็นของคนนั้นทันที นัยว่าขัดอะไรก็ได้แต่อย่าขัดคอ  แบบนี้ไม่มีทางที่จะทำให้สังคมของเราเป็นสังคมอุดมปัญญา
 
การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกาจะจัดให้มีการโต้วาทีระหว่างผู้สมัครหลายครั้งหลายครา เพื่อให้ผู้สมัครตอบกระทู้สด รวมทั้งโต้ตอบกันระหว่างผู้สมัครกันเองได้ในขณะนั้น   ซึ่งผู้ชมจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือกใคร    แต่ในประเทศไทยผู้นำสองพรรคใหญ่แทบจะหาโอกาสมาโต้วาทีกันไม่ได้เลย บ้างก็ว่าไม่กล้า บ้างก็ว่าไม่มีเวลา   นี่เป็นความแตกต่างของประชาธิปไตยแบบไทยกับแบบสหรัฐอเมริกา
 
เมื่อสังคมไทยปิดกั้นที่จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เห็นตรงกันข้าม การขายความคิดของนักเรียนนอกก็ไร้ประโยชน์   การจะประสานให้เกิดการปรองดองทางความคิดก็เป็นไปไม่ได้ นอกจากว่าผู้นำของสองฝ่ายจะยอมจับมือกันเองก่อนเท่านั้น
 

ทางเลือกที่สองซึ่งฟังดูไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่ทำได้เฉพาะตัว เพราะไม่จำเป็นต้องขายความเห็นให้กับใคร เพียงแต่มั่นใจด้วยตัวเองว่าเรื่องนั้นจะเป็นอย่างนั้นก็พอแล้ว  
 
นักเรียนนอกได้รู้ได้เห็นอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ มามากจากต่างประเทศ หลายอย่างเป็นสิ่งที่เมืองไทยยังไม่มีหรือยังก้าวไปไม่ถึง   รวมทั้งได้มองประเทศไทยและคนไทยจากมุมของคนนอกประเทศ   ทำให้เข้าใจว่าคนไทยชอบอะไรและไม่ชอบอะไร   รู้อะไรและไม่รู้อะไร   มีจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหน   และคนต่างชาติเขาเล่นกับคนไทยอย่างไร   ดังนั้นนักเรียนนอกจึงเห็นช่องว่างที่จะสามารถเอาเปรียบสังคมไทยได้
 
เมื่อไม่สามารถทำให้คนไทยอุดช่องว่างนั้นได้ คือ ไม่สามารถทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมอุดมปัญญาได้ แถมไม่พอยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากคนแต่ละฝ่ายที่ไม่ถือว่าเป็นพวกและไม่ยอมรับความคิดเห็น   ทางออกง่าย ๆ ก็มีสองทางคือ ปล่อยให้ตนเองเหี่ยวเฉาตายไปกับสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้นี้ หรือไม่ก็เล่นกับช่องว่างนี้และหาประโยชน์ส่วนตน
 
จอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินไทยเพราะเรายึดติดกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ และเขาก็ชนะได้เงินกลับไปมหาศาล   เราเรียกเขาว่าโจร แต่เขาปล้นเราได้เพราะว่าเราเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงระบบ   เรามีช่องว่างให้เขาโจมตีเอง
 
แมงเม่าในตลาดหุ้นเห็นแก่ความโลภและความหวาดกลัวจึงได้ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่บงการให้ราคาหุ้นขึ้นลงได้    คนปั่นราคาทำได้เพราะรู้จักคนไทยว่าชอบแห่ตามกัน   มักขาดการไตร่ตรอง ปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่ เขาก็เล่นกับอารมณ์ของคนไทย
 
การค้าปลีกซึ่งห้างใหญ่ ๆ จากต่างประเทศสามารถครองตลาดได้ก็เพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเก็บข้อมูลทางการตลาดและทำการวิจัยตลาดอยู่เสมอ   เพราะเขารู้จักว่าคนไทยไม่ทำเรื่องพวกนี้   คนไทยทำการค้าไม่มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลไม่เป็น ถึงเรียนมาจากมหาวิทยาลัยก็เอาไปใช้ไม่ได้   แถมไม่พอบริษัทคนไทยไม่ลงทุนกับการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า   ดังนั้นเมื่อเขาทำแต่คนไทยไม่ทำ เขาก็ย่อมชนะ
 
การค้ามนุษย์และอุตสาหกรรมบันเทิงยามราตรี   เขารู้ว่าคนไทยกตัญญู ก็เลยเสนอให้ทดแทนบุญคุณบุพการีด้วยการยอมขายบริการทางเพศ    และเขาก็รู้ว่าคนไทยขี้เกียจชอบได้เงินง่าย ๆ พอเสนอเงินให้พ่อแม่ก็ยอมขายลูกสาวให้
 
เขารู้ว่าคนไทยยิ้มง่าย ยอมฝรั่ง และอยากได้เงินฝรั่ง   เขาก็มาเที่ยวเอา ๆ แต่ไม่ได้มาเที่ยวชมธรรมชาติเฉย ๆ   หากแต่มาซื้อบริการทางเพศด้วย   จนแบรนด์ไทยแลนด์ในความรู้สึกคนต่างชาติส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นอย่างอื่นนอกจากเรื่องอย่างว่า   ผมมีรูปแต่ไม่อยากโชว์   แต่ถ้าพูดว่าไทยแลนด์แล้วหมายถึงคุณภาพดีจริงในเรื่องที่เราเข้าใจกันอยู่นี้
 
การเคลื่อนไหวทางการเมืองก็เหมือนกัน จับจุดได้ว่าคนไทยเงินขาดมือ หาเช้ากินค่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง มีหนี้สินท่วมท้น   ไม่ได้รับบริการที่ดีจากภาครัฐ   เขาก็เลยเสนองานใหม่ ๆ รายได้ดีให้กับคนจากต่างจังหวัดเพื่อแลกกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขาเป็นครั้งเป็นคราว    ซึ่งคนที่ทำงานใหม่นี้แล้วก็ติดใจอยากให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองบ่อย ๆ โดยไม่สนใจว่าต้นทุนทางสังคมของประเทศจะมากเพียงใด
 
นั่นคือคนไทย ชอบของแจก ของฟรี   ของที่ได้มาง่าย ๆ  และสุดท้ายก็เสียหมด
 

นักเรียนนอกไม่มีทางที่จะทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมอุดมปัญญาได้ในสิบหรือยี่สิบปี   ถึงเราจะพยายามทำรุ่นต่อรุ่น แต่ความชอบของแจก ของฟรี ของที่ได้มาง่าย ๆ   ก็ยังไม่หายไปได้
 
หากท่านถามว่าที่ไหนไม่ชอบของแจก ของฟรี ของที่ได้มาง่าย ๆ   ผมตอบได้ว่าที่เยอรมันไม่ชอบ   เวลามีคนมาแจกของฟรี เขาจะหยุดคิดก่อนว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร   เพราะเขารู้ว่าไม่มีของฟรีในโลก   บางอย่างแฝงการโฆษณาซึ่งเขาไม่อยากเสียเวลารับ   บางอย่างแฝงการทดลองตลาด   พวกเขารู้ทัน ทำให้ต้องระวังตัว
 

ผมเคยคิดว่าหากสามารถช่วยสร้างงานในชนบทได้มาก ๆ แล้วจะทำให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นและลดปัญหาการจ้างคนมาเคลื่อนไหวทางการเมือง   มีรุ่นน้องถามว่า นี่เรามาทำวิจัยเพื่ออะไร   ผมชี้ให้ดูคนงานที่กำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้นในบ้านเกิดของเขาแล้วถามว่า ถ้ามีคนให้ 500 บาทเพื่อไปเดินขบวนพรุ่งนี้เขาจะไปไหม   น้องตอบว่าคงไม่ไปเพราะว่ามีรายได้ที่อยู่บ้านเกิดอยู่แล้ว คงไม่มีใครอยากไปลำบากเพียงเพื่อเงินจำนวนนั้น   ผมจึงว่านี่แหละที่เราพยายามทำ   หาช่องทางสร้างงานสร้างรายได้ในท้องถิ่นต่างจังหวัด
 

ผมยังไม่ท้อที่จะทำวิจัยเพื่อสร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างนั้น   เพราะผมยังเชื่อว่าคนเราถ้าไม่จนเงินและจนใจจริง ๆ   ก็คงไม่รับเงินที่ฝ่ายใดก็ตามจะจ้างเพื่อให้เคลื่อนไหวทางการเมืองหรือแม้แต่การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้ง    แต่ผมก็ไม่ได้หวังว่าเมืองไทยจะกลายเป็นสังคมอุมปัญญา เพราะผมคิดว่ามันเร็วเกินไปที่จะเป็นได้ในชั่วอายุของผม   แต่ผมก็ไม่ใช้ความรู้กอบโกยจากช่องว่างของสังคมไทย เพราะได้เงินมาเยอะก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
 
ทางเลือกของผมก็คือ ทำได้เท่าที่ทำได้ ไม่สุดโต่งทั้งสองทาง   ถ้าสำเร็จก็เห็นผลงอกงาม ถ้าไม่สำเร็จก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร   อย่างน้อยเราก็ได้ใช้สิ่งที่เราได้รู้ได้เห็นมามากกว่าเพื่อเอาชนะปัญหาบางอย่างในเมืองไทย
 
คนเป็นนักเรียนนอกแล้วกลับมาเมืองไทย ขอให้ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ   อย่าท้อ ไม่ว่าสังคมไทยจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็คือบ้านของเรา
 




 



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ