Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ข้ามสาขา ภาษาและวัฒนธรรมเยอรมัน เยอรมันเจริญกว่าไทยเพราะไม่ชักเปอร์เซ็นต์
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เยอรมันเจริญกว่าไทยเพราะไม่ชักเปอร์เซ็นต์ Print E-mail
คมสัน สุริยะ
13 มีนาคม 2553
 
 
ถาม: 
ในฐานะที่ท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์และกำลังศึกษาอยู่ในประเทศเยอรมัน ท่านคิดว่าเพราะเหตุใดประเทศเยอรมันถึงเจริญกว่าประเทศไทย



ตอบ: 
เรื่องที่เห็นชัดคือประเทศเยอรมันใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีการชักเปอร์เซ็นต์ ทำให้เงินไม่หายไประหว่างทาง  
 
คุณอาจจะเคยได้ยินทฤษฎีเรื่องแท่งไอศครีม ซึ่งหมายความว่า กว่าที่งบประมาณแผ่นดินจะผ่านลงไปถึงเนื้องานจริง ๆ นั้น  ได้หายไประหว่างทางไปเสียเยอะ  อุปมาเหมือนไอศครีมที่อยู่บนแท่งไม้   ระหว่างทางได้ถูกผลัดกันกินเนื้อไอศครีมไปหลายรอบ   มากบ้างน้อยบ้าง   ทำให้ในที่สุดเมื่อมาถึงปลายทางก็เหลือแต่แท่งไอศครีมแต่ไม่มีเนื้อไอศครีมเหลือ  ถึงจะเหลือก็ไม่มากนัก
 
ทฤษฎีนี้ไม่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมัน เพราะประเทศของเขามีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีนักการเมืองหรือใครก็ตามทำการชักเปอร์เซ็นต์ จะถูกตีแผ่จากสื่อมวลชน และโดนโจมตีจากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก รวมทั้งมีโทษทางอาญาที่มีบทลงโทษรุนแรง
 
การใช้จ่ายเงินงบประมาณในประเทศเยอรมันจึงถึงเนื้องานจริง ๆ ดังนั้นคุณภาพของสินค้าหรือบริการที่รัฐเป็นผู้จ่ายเงินซื้อนั้นจึงเรียกได้ว่าดีมาก ถนนหนทางแข็งแรงไม่พังง่าย ๆ   ฟุตบาทใช้ได้นานไม่ต้องเปลี่ยน   สาธารณูปโภคมีครบครัน    บริการสาธารณะทำได้ฉับไวและเข้มแข็ง 
 
บริษัทเอกชนที่ให้บริการเรื่องสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน ต่างก็มีความโปร่งใส่ในการใช้จ่ายเงิน ไม่มีการชักเปอร์เซ็นต์กันเองในองค์กรเช่นกัน ทำให้ยานพาหนะต่าง ๆ อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ มีความปลอดภัยสูง และให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีคุณภาพดีมาก
 
กระนั้นข้อเสียของประเทศเยอรมันก็คือการเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก แต่เมื่อคิดว่าเงินภาษีถูกใช้ไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ถือได้ว่าคุ้ม
 
ในประเทศกำลังพัฒนาสักประเทศหนึ่ง ไม่ว่าฝ่ายไหนจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล หากยังก้าวไม่พ้นการเป็น  รัฐผู้รับเหมา  ซึ่งผู้เป็นใหญ่ในรัฐบาลประพฤติตัวเป็นผู้รับเหมาใหญ่คอยชักเปอร์เซ็นต์ก่อนใคร ๆ      แล้วมีผู้รับเหมารายย่อยคอยรับงานและชักเปอร์เซ็นต์กันเป็นทอด ๆ      ประเทศนั้นก็ไม่สามารถจะเจริญก้าวหน้าไปได้ไกลนัก     สังเกตได้ว่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นก็จะมีคุณภาพไม่ค่อยดี   ต้องซ่อมหรือต้องเปลี่ยนบ่อย   หรือแม้แต่ใช้งานไม่ได้เลย
 
ในประเทศไทย คุณอานันท์ ปันยารชุน เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องความโปร่งใส  และธรรมาภิบาล   ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่จะนำพาชาติบ้านเมืองให้เจริญไปได้   แต่คิดว่าไม่ตรงจริตนักการเมืองจำนวนมาก   ทำให้คุณอานันท์ไม่แคล้วถูกโจมตีจากฝ่ายที่เสียผลประโยชน์   ซึ่งพยายามลดทอนให้คำพูดเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลเป็นได้แต่ความคิดที่เลื่อนลอยจากชายที่ขึ้นชื่อว่า ผู้ดีรัตนโกสินทร์ และถูกแต่งตั้งด้วยระบอบเผด็จการทหารคนหนึ่งเท่านั้น
 
ท่านก็เห็นแล้วว่าตอนนี้ประเทศกำลังพัฒนาหลาย ๆ ประเทศกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงอำนาจในการเป็นรัฐบาล   ฝ่ายหนึ่งก็อยากกลับมาเป็นหัวหน้าผู้รับเหมาเหมือนเดิม   อีกฝ่ายหนึ่งก็อยากอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าผู้รับเหมาต่อไป   แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ต่อสู้เพื่อให้การชักเปอร์เซ็นต์หมดไปจากประเทศ   เพียงแต่ใครจะได้ชักเปอร์เซ็นต์   ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะ ก็จะยังต้องทนกับสาธารณูปโภคที่ด้อยคุณภาพต่อไป  
 
ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้เล่าเรื่องวีรกรรมของชาวอเมริกันที่พยายามต่อสู้เพื่อให้เป็นเอกราชจากอังกฤษได้อย่างซาบซึ้ง       ตอนท้ายเรื่องเมื่อรบกันเสร็จหมดแล้วและอเมริกาได้เอกราชแล้ว      กลับลงท้ายแบบน่าตกใจด้วยคำพูดที่ว่า      เราต่อสู้และหลั่งเลือดชโลมแผ่นดินมาทั้งหมดนี้ก็เพียงเพื่อ.....เราจะได้รู้ว่า....ต้องจ่ายภาษีให้ใคร
 
ข้อคิดจากภาพยนตร์เรื่องนั้นสะท้อนความจริงที่ว่า   หากรัฐบาลนำเงินภาษีของเราไปใช้จ่ายเพื่อเรา เราก็ได้ดีไป   แต่หากรัฐบาลนำเงินภาษีของเราเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก แล้วที่เราต่อสู้กันมานั้นจะทำไปเพื่ออะไร
 
ถ้าใครอยากจะต่อสู้เพื่อให้ประเทศชาติเจริญ   ต้องร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การบริหารประเทศและรัฐวิสาหกิจ  มีความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล   นั่นจะนำมาซึ่งผลได้ทางเศรษฐศาสตร์ที่จะตกถึงประชาชนอย่างเต็มที่ที่สุด
 
 


 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ