Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research ฮันโนเวอร์ เยอรมนี Hannover Germany
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ฮันโนเวอร์ เยอรมนี Hannover Germany Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
20 กุมภาพันธ์ 2553


ฮันโนเวอร์เป็นเมืองหนึ่งที่ผมอยากไปถ่ายรูปมานานแล้ว  แต่ก็ไม่ได้แวะเป็นจริงเป็นจังสักที  เพราะฮันโนเวอร์เป็นเมืองผ่าน  คล้ายกับลำปาง  เป็นชุมทางรถไฟที่อยู่กลางทางเชื่อมสี่เมืองใหญ่  คือ   เบอร์ลิน  ฮัมบวร์ก  โคโลญจน์   และแฟร้งเฟิร์ต   


สถานีรถไฟที่ฮันโนเวอร์ใหญ่มาก  มีมากกว่า 15  ชานชลา คนจะเดินสวนกันไปมาอย่างพลุกพล่าน   เพราะต้องรีบเปลี่ยนจากรถไฟขบวนหนึ่งไปขึ้นอีกขบวนหนึ่งให้ทัน  ผมเองก็เลยมักจะต้องรีบอย่างนั้นด้วย  ก็เลยไม่ได้มีเวลาแวะถ่ายรูป   แต่คราวนี้ได้ถ่ายรูปมาสมใจแล้ว  เพราะจองตั๋วจากเกิร์ทธิงเก้นมาฮันโนเวอร์ให้เวลาเร็วขึ้นเพื่อจะมีเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงที่จะเที่ยวไปถ่ายรูปไป   แต่ปัญหาอยู่ที่มาถึงเช้าเกินไป   แสงแดดยังไม่ค่อยมี   และข้างนอกหนาวมาก   ต้องใส่ถุงมือกดชัตเตอร์  เพราะเอามือออกจากถุงมือนาน ๆ ไม่ไหว   เย็นยะเยือกเหมือนถ่ายรูปในตู้แช่แข็งยักษ์อย่างไรอย่างนั้น


ฮันโนเวอร์มีประวัติที่น่าสนใจและน่าแปลกใจก็คือ  กษัตริย์ของฮันโนเวอร์คือ  กษัตริย์จอร์จที่ 1 (ประสูติในเยอรมนี) ควบตำแหน่งกษัตริย์ของอังกฤษด้วย  เล่ากันว่าในสมัยนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินนี้ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก  มีการแต่งงานข้ามกันไปข้ามกันมา  จนในที่สุดเมื่อสิ้นรัชกาลของพระราชินี Anne   ทางฝ่ายอังกฤษหาใครไม่ได้  ก็มาได้กษัตริย์จอร์จที่ 1 นี่แหละครับ เพราะว่าเป็นพระญาติที่ใกล้ชิดที่สุดทางสายพระโลหิต  


กษัตริย์จอร์จที่ 1  เป็นลูกของกษัตริย์ แอนส์ เอากุสท์  ผู้ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งดินแดนฮันโนเวอร์  และทำให้ฮันโนเวอร์กลายเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เคียงบ่าเคียงไหล่กับดินแดนอื่น ๆ เช่น  ปรัสเซีย   ถ้าจะมองว่าปรัสเซียเป็นรัฐทหารคล้าย ๆ กับอยุธยา  ฮันโนเวอร์ก็คงคล้าย ๆ สุโขทัย  และกษัตริย์ แอนส์ เอากุสท์  ก็คงคล้าย ๆ กับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์  ในขณะที่กษัตริย์จอร์จที่ 1 ซึ่งเป็นลูกก็คงคล้าย ๆ กับพ่อขุนรามคำแหง



2/ กษัตริย์ แอนส์ เอากุสท์  บิดาแห่งดินแดนฮันโนเวอร์  
 


กษัตริย์แอนส์ เอากุสท์  ยังเป็นต้นตระกูลของพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2  พระราชินีองค์ปัจจุบันแห่งอังกฤษ  หากนับตามแผนภาพนี้แล้วจะเห็นว่าระยะห่างระหว่างสองพระองค์นี้นับได้ประมาณสิบชั่วคน




1/  แผนผังความสัมพันธ์ระหว่าง กษัตริย์แอนส์ เอากุสท์  กับ พระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2  สังเกตจุดสีส้มสองจุดด้านบนและล่างภาพ
ที่มา: http://www.britroyals.com/royaltree.htm



เมืองฮันโนเวอร์จะมีลานจัดกิจกรรมอยู่เป็นหย่อม ๆ คล้ายข่วงประตูท่าแพที่เชียงใหม่  สามารถจัดงานออกร้านขายสินค้าและขายอาหารได้ในเทศกาลต่าง ๆ  จุคนได้นับร้อย ๆ เลยทีเดียว




3/ ลานจัดกิจกรรม


บ้านเมืองของฮันโนเวอร์ผสมผสานกันไประหว่างสถาปัตยกรรมเก่าและใหม่  ตึกที่ยังหลงเหลือมาตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดี  แต่ละตึกจะมีความหน้าสนใจที่จั่วและหน้าบรรณ  ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแคว้นต่าง ๆ ของเยอรมัน




4/  การผสมผสานกันไประหว่างสถาปัตยกรรมเก่าและใหม่








5/ จั่วและหน้าบรรณของอาคารต่าง ๆ


บางบ้านเขาก็ปล่อยให้มีไม้เลื้อยมาเกาะตามผนัง  ซึ่งในฤดูร้อนมันจะเขียวขจีสวยงามเต็มผนังไปหมด  แต่ตอนนี้ฤดูหนาวก็แห้งเหี่ยวกันไปก่อน  รอเวลากลับมางามเหมือนเดิม


6/ ไม้เลื้อยที่ผนังอาคาร


โบสถ์ที่สำคัญมีอยู่สองแห่ง คือ  ซังต์ครูซิส (St. Crucis) และ ซังต์จาโคบี้ (St. Jacobi)  สังเกตว่านาฬิกาที่ซังต์ครูซิสบอกเวลาว่าแปดโมงกว่าแล้ว  แต่ยังไม่ค่อยมีแดด  และหนาวมาก



7/ ซังต์ครูซิส (St. Crucis) 


8/ ซังต์จาโคบี้ (St. Jacobi)



ทางเดินในเมืองฮันโนเวอร์ก็จะเชื่อมกันไปมาด้วยถนนแคบ ๆ สั้น ๆ  และขนาบไปด้วยตึกสูงประมาณ 4-5 ชั้นอย่างนี้



9/  ถนนหนทางในฮันโนเวอร์


มีคนก็ต้องมีห้องน้ำครับ  สำหรับนักเดินทางและประชาชนทั่วไปสามารถหาห้องน้ำสาธารณะเข้าได้  ค่าบริการประมาณ 0.50 - 1.00 ยูโร  แล้วแต่ที่นะครับ  ในสถานีรถไฟก็จะแพงหน่อย  การใช้บริการก็ต้องเดินลงไปข้างล่าง  ห้องน้ำอยู่ชั้นใต้ดินครับ


10/ ห้องน้ำสาธารณะ


ปิดท้ายกันที่อนุสาวรีย์ของ ฟรี้ดดริช ฟอน ชิลเลอร์ (Friedrich von Schiller)  ชื่อคุ้น ๆ ไหมครับ  เขาคือผู้แต่งเนื้อเพลง Ode an die Freude  ที่เบโธเฟนนำมาแต่งทำนองเป็น Symphony หมายเลข 9 นั่นเอง  สังเกตว่าในมือของเขามีม้วนกระดาษและปากกา  เพราะเขาเป็นนักกวีครับ  เขาคบหาอยู่กับนักปราชญ์ของเยอรมันในสมัยนั้นคือ เกอเธ่  (Goethe)  และทั้งคู่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะของชาวเยอรมัน  ชิลเลอร์ไว้ผมยาวสลวยและเป็นจอมเจ้าชู้เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่ว   อย่างว่าครับ  คนอารมณ์สุนทรีย์




11/ ฟรี้ดดริช ฟอน ชิลเลอร์ (Friedrich von Schiller) ผู้แต่งเนื้อเพลง Ode an die Freude  


ครบหนึ่งชั่วโมงแล้วครับ  เราวนรอบเมืองฮันโนเวอร์ได้รอบสั้น ๆ  ตอนนี้ผมต้องรีบไปขึ้นรถไฟเพื่อต่อไปยังบอนน์  จริง ๆ ยังเหลืออีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ถ่ายภาพมา  เช่น น้ำพุสมหวัง  คือ ใครไปอธิษฐานก็มักจะได้ตามที่ขอ  เอาไว้แดดดี ๆ  อุ่นขึ้นอีกสักหน่อย  แล้วค่อยกลับมาฮันโนเวอร์ใหม่ละกันครับ  วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ




กลับสู่สารบัญ






 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ