Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research แคมปัสทัวร์: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคีล เยอรมนี
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















แคมปัสทัวร์: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคีล เยอรมนี Print E-mail

คมสัน สุริยะ
23 มกราคม 2553






ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาถึงคีลแล้ว  ไปแวะชมมหาวิทยาลัยคีลกันดีกว่า




เราจะขึ้นรถเมล์ที่ป้ายนี้กัน ขึ้นสาย 81  ปลายทางเขียนว่า Botanischer garten

โบทานิชเช่อร์  การ์เท่น  แปลว่าสวนสมุนไพร 











ป้ายที่เราจะลงชื่อว่า  Universit?t  (อูนิเวอร์ซิเท็ด) ก็คือมหาวิทยาลัย







เราจะเห็นตึกสูงสีน้ำเงินลอยมาแต่ไกล  นั่นคืออาคารใหม่ของมหาวิทยาลัยคีล







แล้วเราก็จะเห็นรอยยิ้มของคริสทินเน่อ  (Christine)  ที่จะมีให้เราเสมอ

เห็นแล้วมีความสุข   มีกำลังใจเรียนหนังสือขึ้นเยอะ







คริสทินเน่อเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยคีล 

มีภาษาละตินเขียนเป็นคำขวัญของมหาวิทยาลัยว่า

Pax Optima Rerum

แปลว่า  สันติภาพคือสิ่งที่วิเศษสุด









มหาวิทยาลัยคีลก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1665  ก็นับอายุได้  345  ปีแล้ว

ชื่อเต็ม ๆ ของมหาวิทยาลัยมีอยู่ว่า

Christian-Albrechts-University of Kiel

ชื่อเขียนว่าคริสเตียน  แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับศาสนาคริสต์

แต่เป็นชื่อของผู้ก่อตั้ง คือ ดยุค คริสเตรียน  อัลเบรคท์ (Christian Albrecht)

เติม s  ต่อท้ายชื่อ ก็แปลว่า ของคน ๆ นั้น

จึงแปลได้ว่า  มหาวิทยาลัยคีลในความอุปถัมภ์ของดยุค คริสเตียน อัลเบรคท์

อักษรย่อก็ล้อกับชื่อเต็ม คือ  CAU  ( เซ  อา  อู )










มหาวิทยาลัยคีลมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลด้วย 

ป้ายนี้เป็นของศาสตราจารย์ อ๊อตโต้  เมเย่อร์ฮอฟ 

ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาชีวเคมี เมื่อปี ค.ศ. 1922






เมื่อดูจากแผนที่แคมปัสของมหาวิทยาลัยจะเห็นว่ามีพื้นที่พอสมควร










มาถึงแล้วครับตึกคณะเศรษฐศาสตร์








อ่านป้ายหน้าตึกกันหน่อย  มีชมรมไอเซคด้วย

ไล่มาจากข้างบนก็จะมี สถาบันวิจัยเศรษฐกิจภูมิภาค

สถาบันศึกษาเศรษฐศาสตร์ 

สถาบันดุริยศิลป์  (มาอยู่ตึกนี้ได้ไงเนี่ย  ดีครับจะได้อารมณ์ดีกันทั้งตึก)

ที่ทำการคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์

ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์

สถาบันศึกษาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ  และการจัดการ supply chain

และสำนักทะเบียนของคณะเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์









ในลิฟท์ก็จะมีป้ายอีก  ทำให้เรารู้ว่าเขาศึกษาเศรษฐศาสตร์แขนงไหนบ้าง

ไล่มาจากชั้นห้า  (คือชั้นหกของบ้านเรา ของเขาคือขึ้นไปห้าชั้นเหนือพื้นดิน)

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจภูมิภาค

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและการเงินระหว่างประเทศ

ชั้นสี่   นวัตกรรม  การแข่งขัน  และเศรษฐศาสตร์สถาบันยุคใหม่

เศรษฐศาสตร์การเงิน  เศรษฐศาสตร์การเมือง  และเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข

ชั้นสาม  เศรษฐศาสตร์จุลภาคและเศรษฐศาสตร์มหภาค

หลักสูตร ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณ

ชั้นสอง  ครอบครองโดยดุริยศิลป์

และขั้นหนึ่ง  เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ  การผลิต  และโลจิสติกส์

ที่ทำการคณบดี  และห้องคอมพิวเตอร์










มาถึงชั้นห้ากันแล้ว










ห้องไอเซค  เน้นการเป็นคนกลางประสานงานเรื่องการไปฝึกงานต่างประเทศ






ห้อง  501 ของอาจารย์เบิ๊ร์กเก้อ






ห้อง  506  ที่ผมมาเรียน  CGE  เป็นประจำ







ประตูของมหาวิทยาลัยคีลรอเปิดต้อนรับผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้เสมอ









ใครอยากมาเรียนที่คีล  ถ้าเก่งเลขนิดหนึ่งจะดีมากเลยครับ

เพราะคนที่นี่ชอบให้คำนวณโน่นนี่อยู่เรื่อย 

สไตล์จะออกแนวทฤษฎีเชิงนามธรรม

แล้วก็ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อถอดมาเป็นทางปฎิบัติ

ถ้าใครเขียนโปรแกรมพวก Matlab กับ GAMS ได้อีกยิ่งดีใหญ่เลยครับ

รับรองว่าเขาจะรับให้เรียนไม่ยาก

สนใจอ่านรายละเอียดของหลักสูตรปริญญาเอก (เรียนเป็นภาษาอังกฤษ) ได้ที่ลิ้งค์นี้

ที่สำคัญ  รัฐบาลเยอรมัน  (DAAD)  ให้ทุนสนับสนุนคนที่จะมาเรียนหลักสูตรนี้ด้วย




http://www.bwl.uni-kiel.de/phd/





ปีนี้อาจารย์เบิ๊ร์กเกอร์บอกว่าจะเปิดปริญญาโทเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก

รับประมาณ 60  คน  ครึ่งหนึ่งจะเปิดให้คนในที่จบปริญญาตรีจากที่นี้

อีกครึ่งหนึ่งรับจากมหาวิทยาลัยอื่นและชาวต่างชาติ









ปิดท้ายการทัวร์คีลกันคราวนี้ที่สถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ

เจ้าของวารสาร  Review of World Economics

หรือชื่อเยอรมันคือ  Weltwirtshaftliches Archiv 

ได้รับการยอมรับว่าเป็นวารสารเล่มแรกของโลกในด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ

ผมชอบอ่านมากตอนที่เรียนอยู่จุฬาฯ 

อาจารย์ไพฑูรย์  วิบูลย์ชุติกุล  อาจารย์ที่ปรึกษาของผมในขณะนั้นแนะนำให้อ่าน

อาจารย์บอกว่าเคยมาคีลแล้ว  ผมก็อยากไปมั่งจัง  ซึ่งตอนนี้ก็ได้มาจริง ๆ แล้ว

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนะครับ  โชคชะตาพาให้ได้พบกัน  เหมือนฝันไป









กลับสู่สารบัญ









 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ