Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Cities in research เส้นทางสู่คีล
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เส้นทางสู่คีล Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
22  มกราคม 2553



วันนี้เราจะออกเดินทางจากเกิร์ทธิงเก้น (G?ttingen) ไปคีล (Kiel)  กันครับ  ระยะทางแบ่งออกเป็นสองช่วง  ช่วงแรกจากเกิร์ทธิงเก้นไปฮัมบวร์ก (Hamburg)  ระยะทาง 269  กิโลเมตร  และช่วงที่สองจากฮัมบวร์กไปคีล  ระยะทาง  97  กิโลเมตร   เส้นทางเราต้องขึ้นเหนือ  ยานพาหนะที่เราจะใช้เดินทางคือรถไฟของบริษัท เมโทรนอม (Metronom)  เนื่องจากนักศึกษาขึ้นฟรีกี่เที่ยวก็ได้ทั้งเทอม   เราเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่าครับ





1/ การเดินทางช่วงแรกจากเกิร์ทธิงเก้นไปฮัมบวร์ก
Source: http://maps.google.de




2/ การเดินทางช่วงที่สองจากฮัมบวร์กไปคีล
Source: http://maps.google.de





3/  รถไฟของบริษัท เมโทรนอม



ตอนนี้เราก็มาอยู่พร้อมกันที่สถานีรถไฟแล้ว  รถเมโทรนอมก็มาจอดรอเราแล้ว   ขณะนี้เวลา 14.10 น.  ได้เวลาที่ขบวนรถจะออกจากชานชลา  แผนการเดินทางของเราวันนี้คือ  เราจะไปลงที่ฮันโนเวอร์ (Hannover)  แล้วต่อรถเมโทรนอมอีกคันหนึ่งไปฮัมบวร์ก  คาดว่าเราจะถึงฮัมบวร์กประมาณ 18.05  น.







ทุกอย่างเป็นไปตามแผน  เมื่อมาถึงฮันโนเวอร์ผมก็ลงจากรถ   เช็คตารางเวลาว่ารถไฟอีกขบวนหนึ่งจะมาเมื่อไร  แล้วถ้ามีเวลาก็จะไปถ่ายรูปเมืองฮันโนเวอร์มาฝาก   



แต่แล้ว  เอ๊ะ  ทำไมไม่มีรถคันต่อไป   ในตารางไม่มีว่ารถไฟเมโทรนอมที่จะไปฮัมบวร์กเลย  มันยังไงกันหล่ะเนี่ย  ชักทะแม่ง ๆ  เอายังไงดี



4/ ตารางเวลาการเดินรถไฟ  จะบอกชื่อรถไฟ  ชานชลาที่จะเทียบ  ชื่อเมืองที่จะผ่าน  และเวลาที่จะถึง
แผ่นสีเหลือง  คือรถไฟที่จะออกจากสถานีนี้  สำคัญสำหรับคนที่เป็นผู้เดินทาง
แผ่นสีขาว  คือรถไฟที่จะเข้าสถานีนี้  สำคัญสำหรับคนที่มารอรับ







ไม่ได้การแล้วครับ   ถ้ามันไม่มีรถจริง ๆ เราจะต้องแย่แน่  แล้วเราจะต้องติดอยู่ที่ฮันโนเวอร์อีกนาน  เหลือไปเห็นป้ายที่เขียนติดข้างรถไฟเมโทรนอมที่พึ่งลงมา  เขียนว่าเมือง  Uelzen   อ่านยากมาก  อือล์เซ่น   ไม่รู้จักซะด้วยสิ    ไปทางไหนก็ไม่รู้   แต่ตามตารางการเดินรถบอกว่ามีรถเมโทรนอมขบวนนี้เท่านั้นที่จะออกจากฮันโนเวอร์ในช่วงนี้   สัญชาติญาณบอกให้ขึ้นไว้ก่อนหล่ะครับ   ว่าแล้วก็กระโจนขึ้นรถไฟขบวนเดิมก่อนที่ประตูจะปิด   เอาว่าไปตายเอาดาบหน้าละกัน   ครั้งหนึ่งในชีวิตอีกแล้วครับ







และแล้วก็เป็นเรื่อง   เจ้ารถเมโทรนอมมาหยุดที่สถานีหน้าตาแปลก ๆ กลางทุ่ง  หันซ้ายหันขวาก็มีแต่หิมะ  ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่เลย  แถมยังประกาศให้ผู้โดยสารลงจากรถให้หมด   สถานีรถไฟก็เหมือนกับอยู่ในเทพนิยาย   นี่มันความจริงหรือความฝันกันแน่    ต้องตบหน้าตัวเองสองที  เพื่อปลุกให้ตื่น   และโทษฐานเช็คตารางการเดินรถมาไม่ดี












เหลือบไปดูป้ายชื่อสถานี   อือล์เซ่น   มันตรงไหนของเยอรมันกันหล่ะเนี่ย








ร้านอาหารที่สถานีอือล์เซ่นก็หน้าตาแปลกประหลาด






แต่ยังไงก็ช่าง  มันหนาวมาก  สายตากวาดไปเจอห้องหลบลมเข้าพอดี   แจ๋วเลยครับ    มันจะเป็นความจริงหรือความฝันก็ช่าง  แต่ความหนาวนี่หนาวได้ใจจริง ๆ   เราเข้าไปหลบกันในนั้นก่อนดีกว่า








ภายในห้องหลบหนาวก็จะมีเก้าอี้ให้   แต่ไม่มีเครื่องทำความอุ่น   ก็ยังดีหล่ะครับ  ไม่โดนลมหนาวพัดมาโดนจัง ๆ






และแล้วพระเอกขี่ม้าขาวปรากฎตัว   รถเมโทรนอมอีกขบวนหนึ่งเข้ามาเทียบ  เพื่อรับผู้โดยสารไปฮัมบวร์ก  ไชโย  รอดแล้ว







ภายในรถก็มีคนที่ร่วมชะตากรรมเหมือนกับเราอีกหลายคน








ที่นั่งในรถเมโทรนอมก็สะอาดสะอ้านดี  แต่ไม่ถึงกับนุ่มสบายเหมือนรถด่วนความเร็วสูง ICE (Inter City Express)







ที่สำคัญเขาเฮี้ยบมากเรื่อง  ห้ามสูบบุหรี่  ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นมาบนขบวนรถ   เลขสองที่เขียนไว้แปลว่า  ไม่มีการเตือนเป็นครั้งที่สอง    (ไม่ใช่หรอกครับ  แปลว่าขบวนรถชั้นสอง  หมายถึงคุณภาพทั่วไป   ถ้าชั้นหนึ่งแปลว่าคุณภาพดี  แต่ก็แปลก  ที่นั่งชั้นหนึ่งอยู่ข้างบน  แต่ชั้นสองอยู่ข้างล่าง  สลับกัน)







หน้าตาของคนที่รอดจากการถูกทิ้งไว้ที่โอเอซิสกลางทุ่งหิมะ  กำลังใจยังดีอยู่ครับ  แต่สภาพร่างกายเย็นเจี๊ยบไปทั้งตัว  เดี๋ยวจะค่อย ๆ อุ่นขึ้นบ้าง   เพราะในรถไฟมีเครื่องทำความอุ่นติดไว้ข้าง ๆ ที่นั่งติดหน้าต่าง







ปรากฎว่าเมือง อือล์เซ่น ที่เราถูกปล่อยเกาะเมื่อสักครู่นั้นอยู่กลางทางระหว่างฮันโนเวอร์กับฮัมบวร์ก   เมืองนี้เป็นชุมทางของรถไฟเมโทรนอมเป็นปกติอยู่แล้ว   รถจากเกิร์ทธิงเก้นจะมาสิ้นสุดที่นี่  แล้วจะมีรถจากฮัมบวร์กมารับช่วงต่อไป   ส่วนสถานีหน้าตาแปลก ๆ นั้นเนื่องจากคนบริจาคเงินให้เขาเป็นศิลปิน  อยากเห็นบรรยากาศที่ดูสนุกสนานบ้าง   จึงออกเงินให้การรถไฟเยอรมันปรับปรุงอาคารให้ดูสดใสน่ารักแบบเทพนิยาย  แล้วตั้งชื่อว่า  Hundertwasser-Bahnholf   อ่านว่า  ฮุนแดร์ท  วาสเซอร์  บานฮอร์ฟ   หมายถึง  สถานีรถไฟที่มีน้ำร้อยสาย   ทำนองนั้น   ตอนขากลับผมได้มีโอกาสเข้าไปดูก็พบว่ามีน้ำพุอยู่ในสถานีด้วย 



5/  จุด A คือ เกิร์ทธิงเก้น  จุด B  คือ อือล์เซ่น   สังเกตว่าฮันโนเวอร์จะอยู่ระหว่างจุด A กับ B
และฮัมบวร์กจะอยู่เหนือ อือล์เซ่น ไปอีกหน่อย

Source: http://maps.google.de







มาถึงฮัมบวร์กจนได้   เข้าที่พักกันดีกว่าครับ  ผมจองโรงแรมไว้ผ่านทางเว็ปไซต์  www.hotel.de   เว็ปนี้ใช้งานสะดวกมาก  แล้วก็เชื่อถือได้  ผมได้ห้องพักแบบมาตรฐานในราคาเพียง  35 ยูโร   เหตุที่เลือกพักที่ฮัมบวร์กเพราะว่ามีโรงแรมเยอะและราคาถูก   หากไปพักที่คีลจะแพงกว่ามากคือค่าห้องประมาณ 100 ยูโรขึ้นไป   เพราะคีลเป็นเมืองท่องเที่ยว







เนื่องจากเป็นห้องเดี่ยวจึงมีหมอนและผ้าห่มให้ชุดเดียว   มีโต๊ะเขียนหนังสือให้   และมีทีวีเครื่องเล็ก ๆ  แถมให้ด้วย  แต่ไม่มีตู้เย็น    ข้อสำคัญสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่  ตอนจองต้องเลือกกาช่อง  Non-smoking room  ซึ่งทุกโรงแรมจะมีไว้ให้อยู่แล้ว   มันจะไม่มีกลิ่นบุหรี่ติดที่นอนและพรม








ห้องอาบน้ำค่อนข้างดีทีเดียว  และมีไดร์เป่าผม   ซึ่งสำคัญมากเพราะเราจะนอนหลับโดยปล่อยให้ผมเปียกไม่ได้   มิเช่นนั้นอาจจะเป็นไข้ 







ที่สำคัญที่สุดคือเครื่องทำความร้อน (Heater)  โรงแรมไหนที่ว่าทุกอย่างหรู  แต่ชอบประหยัดไม่ยอมเปิดน้ำร้อนให้ไหลเข้ามาในเครื่อง  มันจะหนาวลงเรื่อย ๆ ในเวลากลางคืน   ผมเคยเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปด้วย  บางโรงแรมไม่ยอมเพิ่มอุณหภูมิเกิน 22 องศาเซลเซียสในช่วงที่ยังพอมีแสงแดดในฤดูใบไม้ร่วง   แต่ในฤดูหนาวไม่มีโรงแรมไหนกล้าทำ   มิเช่นนั้นจะโดนต่อว่าอย่างหนัก  อุณหภูมิก็เร่งขึ้นไปได้ถึงประมาณ 28 องศาเซลเซียส







เช้าแล้วครับ   นอนได้สักพักต้องตื่นมาขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟฮัมบวร์กในเวลา 07.20 น.  รถที่เขาจะขึ้นขบวนนี้เป็นประเภท  RE  คือ  Regional Express  แปลง่าย ๆ ว่ารถหวานเย็น  









ผมนั่งรถขบวนนี้จนชิน  มันจะออกเวลานี้และชานชลา  7a  เสมอ  



คนเยอรมันชอบอะไรที่เป๊ะ ๆ  และไม่เปลี่ยนแปลงไปจากความเคยชิน  เป็นยังไงก็เป็นยังงั้นทั้งปีทั้งชาติ   ถ้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเขาจะเวียนหัว  แล้วก็จะบ่น ๆ ๆ ๆ ๆ   ทุกอย่างในประเทศนี้เลยต้องจัดให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อยและในรูปแบบตายตัว   ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอาจจะนำมาซึ่งความสับสนอลหม่าน    เพื่อนผมคนหนึ่งเล่าว่าที่โรงอาหารมีเครื่องทำกาแฟอยู่สองเครื่อง  แต่ละเครื่องมีปุ่มอยู่สามปุ่ม  ซึ่งทั้งสามปุ่มเมื่อกดแล้วจะได้กาแฟที่ออกมาไม่เหมือนกัน   ปัญหาก็คือ  ปุ่มแรกของเครื่องแรกกับปุ่มแรกของเครื่องที่สองก็ให้กาแฟที่ไม่เหมือนกัน   ทำให้เกิดความอลหม่านมาก  เพราะเมื่อคนชินกับการกดปุ่มแรก  ก็จะกดอยู่แต่ปุ่มแรกเท่านั้นไม่ว่าจะเครื่องไหน  ผลก็คือได้กาแฟที่ไม่ตรงกับความต้องการ   เงินก็เสียไปแล้ว   นี่เป็นตัวอย่างของความอลหม่านเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสังคมเยอรมันถ้าอะไรบางอย่างจัดไว้โดยไม่มีรูปแบบที่แน่นอน  








สมัยก่อนตอนที่ผมเดินทางจากบอนน์ (Bonn) มาคีลนั้น  ต้องออกเดินทางกลางดึก  รถจากบอนน์จะมาเวลา 01.25 น.  ผมจะนอนบนรถได้สักห้าชั่วโมง  หลับบ้างไม่หลับบ้าง   พอหกโมงจะมาถึงเบรเมน (Bremen)  ซึ่งจะมีคนกรูกันขึ้นมาเพื่อเข้ามาทำงานที่ฮัมบวร์ก   ผมก็จำเป็นต้องลุก   จากนั้นก็จะมาถึงฮัมบวร์กประมาณเจ็ดโมง  แต่ถ้าวันไหนรถเข้าสายหน่อยก็ต้องรีบวิ่ง  เพื่อให้ทันขึ้นรถ RE ขบวนเวลา 07.20  น. ขบวนนี้


อาหารเช้าไม่ทันได้ซื้อหรอกครับ  เตรียมมาจากบอนน์เลย  ผมจะต้มไข่ไว้สองใบ  และทอดหมูไว้สองชิ้น  จากนั้นก็จะหั่นหมูใส่ถุงพลาสติกห่อติดตัวมาด้วย  เมื่อหาที่นั่งในรถ RE ได้แล้วก็จัดการหมูหนึ่งชิ้นกับไข่หนึ่งใบ     ที่เหลือเป็นอาหารกลางวัน  เพราะเรียนเสร็จเที่ยง   มีทำแล็ปต่อเที่ยงครึ่ง  ไปไหนไม่ทัน  ก็ต้องงัดเอาข้าวกล่องขึ้นมาทาน   เป็นอย่างนี้อยู่ทุก ๆ วันอังคาร  เป็นเวลาหนึ่งเทอม (Summer 2009)


ถ้าถามว่าแล้วทำไมต้องลำบากลำบนทำอย่างนี้ด้วย  ก็ตอบได้ว่า  วิชาความรู้มันไม่ได้วิ่งมาหาเรานี่ครับ  ถ้าเราอยากได้ก็ต้องวิ่งเข้าไปหามันเอง









คุยเพลินเลย   ยังไม่ทันไรรถ RE  พาเรามาถึงคีลแล้วครับ







สถานีคีลยินดีต้อนรับทุกท่าน  รู้สึกหิมะจะหนากว่าที่เกิร์ทธิงเก้นอีกนะครับ   อาจารย์ของผมแอบกระซิบว่าเมื่อคืนหนาวมาก  ติดลบเจ็ดองศาเซลเซียส   ถือว่าตัดสินใจถูกที่ไม่มาค้างที่คีล  ไม่อย่างนั้นทั้งหนาวทั้งแพง 













เวลาที่นาฬิกาตอนนี้เกือบเก้าโมงแล้ว   วันนี้รถเข้าช้านิดหน่อย  ปกติจะประมาณ 08.36  วันนี้ช้าไปประมาณสิบห้านาที  เดี๋ยวเราจะต้องไปรอรถเมล์เพื่อต่อไปยังมหาวิทยาลัยคีล   เราพอจะมีเวลาอีกประมาณสิบนาทีเพื่อที่จะหามุมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก



ในตอนต่อไป  ผมจะนำท่านไปเยือนมหาวิทยาลัยคีล  แนะนำคณะเศรษฐศาสตร์   และอาจารย์เบิ๊ร์กเกอร์   ผู้เชี่ยวชาญด้าน CGE  ของเยอรมัน  จากนั้นเราจะนั่งรถเมล์ไปชมทะเลที่คีลในฤดูหนาวกัน   อยากรู้จังเลยว่าน้ำทะเลจะกลายเป็นน้ำแข็งไหม   ติดตามชมตอนต่อไปนะครับ   











กลับสู่สารบัญ













 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ