Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า อาชีพนักวิจัย ภารกิจนักวิจัย คือ การแกะโค้ดลับ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ภารกิจนักวิจัย คือ การแกะโค้ดลับ Print E-mail
คมสัน สุริยะ
10 มกราคม 2553
 
 


ช่วงนี้ห่างหายกันไปหลายวันเนื่องจากติดภารกิจแกะโค้ดลับเรื่องผลของการท่องเที่ยวชุมชนที่มีต่อการลดความยากจนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง    คิดว่าค้นพบอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว
 



 
จริง ๆ แล้วภารกิจของนักวิจัยคือ การแกะโค้ดลับ     ในสงครามแปซิฟิกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง    จุดเปลี่ยนที่ทำให้แสนยานุภาพของกองเรือญี่ปุ่นถูกทำลายคือสมรภูมิมิดเวย์      มิดเวย์เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ระหว่างญี่ปุ่นกับเพิร์ล ฮาร์เบอร์     กองเรือญี่ปุ่นนำโดยนายพลเรือนากูโม่   คนเดียวกับที่นำทัพไปถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์   ได้ยาตราทัพมาอย่างเงียบ ๆ   ด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินสี่ลำ   ซึ่งก็คือลำเดียวกับที่ถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ด้วย    หวังว่าจะถล่มฐานทัพอเมริกาที่มิดเวย์       ปรากฎว่าฝ่ายอเมริกาดักสัญญาณวิทยุได้    และที่สำคัญที่สุดก็คือแกะโค้ดได้    ทำให้สามารถวางแผนตั้งรับได้ทัน    โดยแอบซุ่มกองเรือไว้ในอีกมุมหนึ่งของเกาะ     เมื่อญี่ปุ่นส่งเครื่องบินเข้าโจมตีเกาะ    ก็ทำให้ไม่มีเครื่องบินคุ้มกันกองเรือ    เป็นผลให้โดนฝูงบินจากกองเรืออเมริการุมถล่มด้วยระเบิดและตอร์ปิโดที่ทิ้งจากเครื่องบินลงสู่น้ำแล้วให้แล่นเข้าหาเรือ    ผลก็คือภายในห้านาที    เรือบรรทุกเครื่องบินจมไปสามลำ     แล้วในบ่ายวันเดียวกันอีกลำก็โดนจม      นายพลเรือนากูโม่หนีรอดไปได้     แต่ในสมรภูมิท้าย ๆ สงครามพ่ายแพ้ในการสู้รบที่เกาะไซปันจนต้องฆ่าตัวตาย
 
 


 
ในการรบทางทะเลด้านแอตแลนติก     เรือดำน้ำของเยอรมันถือว่าเป็นภัยคุกคามอันดับแรกของกองเรือสัมพันธมิตร     เพราะมันจะมาเงียบ ๆ ใต้ท้องทะเล     แล้วก็ยิงตอร์ปิโดถล่มเรือลำแล้วลำเล่า           ฝ่ายเยอรมันใช้สัญญาณวิทยุโทรเลขในการสั่งงานให้เรือดำน้ำไปปรากฎที่ไหน     ฝ่ายอเมริกาก็จับสัญญาณได้แต่แกะโค้ดไม่ออก     โค้ดที่ยากที่สุดในโลกที่เยอรมันสร้างขึ้นนั้นเรียกว่า    "เอนิกม่า"    มันเป็นเครื่องคล้าย ๆ เครื่องพิมพ์ดีด    คนส่งสัญญาณเขียนไปตามปกติ     แต่เครื่องจะเปลี่ยนเป็นรหัสลับแล้วส่งไปแบบโทรเลข     จากนั้นฝ่ายเรือดำน้ำก็จะมีเครื่องเอนิกม่าด้วย     ทำให้แปลออกมาได้      ฝ่ายอเมริกาพยายามแกะแล้วแกะอีกก็ทำไม่ได้ จนในที่สุดจับเรือดำน้ำเยอรมันได้จึงยึดได้เครื่องเอนิกม่า      เมื่อได้แล้วก็พบว่ารูปแบบของรหัสไม่ตายตัว     สามารถเปลี่ยนไปได้อีกหลายร้อยแบบ     จวบจนถึงวันที่เยอรมันแพ้สงคราม     ว่ากันว่ารหัสของเอนิกม่าก็ยังแกะได้ไม่หมด
 



 
ในสมรภูมิทางอากาศที่เยอรมันส่งฝูงบินไปทิ้งระเบิดอังกฤษ     ปรากฎว่าทางอังกฤษก็ส่งเครื่องบินขับไล่ไปสกัด     แต่ไม่เคยพบเครื่องบินเยอรมัน     เหตุที่พลาดเพราะฝ่ายเยอรมันอาศัยเทคโนโลยีเบี่ยงเบนสัญญาณเรดาร์     ทำให้เกิดภาพหลอกในเรดาร์ว่ามีฝูงบินจะมาทางนี้     แต่จริง ๆ ไปอีกทาง     ต่อมาเมื่อนักวิจัยของอังกฤษสามารถแกะโค้ดที่ใช้เบี่ยงเบนสัญญาณได้ก็เริ่มจับทางได้     จากนั้นฝูงบินทิ้งระเบิดของเยอรมันก็โดนทำลายยับเยิน     กลายเป็นจุดพลิกที่ทำให้แสนยานุภาพทางอากาศของเยอรมันถึงกาลอวสาน      อังกฤษเริ่มปลอดจากการโดนทิ้งระเบิด    แล้วก็ย้อนรอยกลับไปทิ้งระเบิดที่เยอรมันบ้าง
 


 
 
ดูเหมือนว่าฝ่ายเยอรมันจะเข้ารหัสลับแบบใช้เทคโนโลยีชั้นสูง     แต่ตัวเองดันมาตายน้ำตื้นด้วยการเข้ารหัสแบบพื้น ๆ ของฝ่ายอเมริกา     การยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีที่ชี้ชะตาสงครามในยุโรปในวันดีเดย์     ฝ่ายอเมริกาส่งรหัสที่เขียนเป็นคำกลอนเพื่อนัดแนะการปฎิบัติการรบ      ฝ่ายเยอรมันก็จับสัญญาณได้     แต่ดันแปลผิดว่าต่อจากนี้อีกหลายเดือนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะไม่โจมตียุโรป     นายพลใหญ่ ๆ ของเยอรมันพากันพักร้อน     ก็เลยไม่มีคนบัญชาการสู้ศึกในวันนั้น     ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นว่าสัมพันธมิตรขึ้นบกได้     ปลดปล่อยฝรั่งเศส และยาตราทัพเข้าสู่เยอรมันในที่สุด
 


 
ในปัจจุบันที่เราไม่ต้องรบกันรุนแรงอย่างนั้นแล้ว    นักวิจัยก็ยังไม่เลิกแกะโค้ด     ในสงครามการตลาด    เราแกะโค้ดว่าใครเป็นลูกค้าของเรา    สินค้าแบบไหนขายดี    ลูกค้าให้ความสำคัญกับอะไร    ถ้าจะออกสินค้าใหม่ออกมาจะขายดีไหม    จะจับตลาดกลุ่มไหน    จะตั้งราคาเท่าไร 
 



 
ในสงครามต่อสู้กับความเจ็บป่วย    เราแกะโค้ดของร่างกายในระดับ ดีเอ็นเอ และระดับนาโน     ว่าอะไรเป็นเหตุทำให้เกิดโรค    และยาที่เราสร้างขึ้นจะทำงานได้ตรงเป้าในการรักษาโรคโดยไม่ให้มีผลข้างเคียงได้อย่างไร     ผลที่เกิดกับคนที่มีอายุและเพศที่ต่างกันจะเหมือนกันไหม    หรือใช้ได้ครอบจักรวาล 
 



 
ในสงครามต่อสู้ความยากจน    เราแกะโค้ดว่าเรื่องต่าง ๆ ที่เราส่งเสริม   เช่น การท่องเที่ยวชุมชน    จะมีผลจริง ๆ ในการลดความยากจนไหม    เหมือนยาขนานหนึ่งว่าได้ผลไหม     หากได้ผลจะได้ผลกับทุกครัวเรือนไหม      มีกลไกอะไรที่ทำให้มันได้ผลหรือไม่ได้ผล
 


 
ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นนักวิจัย    ผมมองว่าการวิจัยเป็นเรื่องน่าเบื่อ    วัน ๆ เอาแต่อ่านหนังสือ    เก็บข้อมูล    วิเคราะห์ข้อมูล    และเขียนรายงาน     ไม่น่าตื่นเต้นเหมือนออกไปค้าขาย     แต่เมื่อได้ทำไปนาน ๆ ก็ค้นพบว่าภารกิจการแกะโค้ดเป็นเรื่องที่ท้าทาย     ได้ออกไปเจอผู้คน   พบว่าใคร ๆ ก็ต้องการรู้อะไรบางอย่าง     แต่ไม่มีใครหาคำตอบให้    ผู้ประกอบการหรือผู้นำชุมชนก็เลยทำอะไร ๆ ไปตามที่ตนเองคิดว่าถูก      แต่ไม่ได้มีข้อมูลทั้งระบบ     และบางทีมีอคติเข้าข้างตัวเองก็จะมองพลาด      นักวิจัยสามารถเติมเต็มในส่วนนี้ได้       เมื่อพยายามเก็บข้อมูลรอบด้าน    วิเคราะห์ด้วยความเป็นกลาง     และอธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์     ว่ากลไกของมันเป็นอย่างไร    คือ สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะสิ่งนั้น    หากไม่เกิดสิ่งนั้นก็จะไม่ปรากฎสิ่งนี้ 
 


 
นักวิจัยต้องอธิบายได้ว่าทำไมถึงแปลโค้ดอย่างนั้น    เหมือนโค้ดกองเรือญี่ปุ่นว่า ?มิ ยิ วะ?    แปลว่า บุกมิดเวย์อีกยี่สิบวัน    เฉลย      มิ คือ มิดเวย์   ยิ คือ ยี่สิบ    และ วะ ก็คือ วัน        แต่ไม่ใช่มั่วแปลว่า   มิ คือ มิต้องทำอะไร   ยิ คือ ยิ้มได้ให้ทุกคนพักผ่อน   วะ คือ ใครจะทำไม (ฟะ)  


 

 
ดังนั้น   ภารกิจของนักวิจัยนอกจากจะแกะโค้ดออกมาแล้ว     ยังต้องทำให้แน่ใจว่าโค้ดนั้นถูก     สามารถอธิบายได้ว่าวิธีการแปลโค้ดทำอย่างไร     บรรดานายพลที่อยู่ในสนามรบจะได้แน่ใจได้ด้วยว่าไม่ต้องส่งคนไปตายฟรี        การปฎิบัติงานต่าง ๆ ในสงครามต่อสู้กับความยากจน     สงครามต่อสู้โรคภัย    และสงครามการตลาด     ใครก็ไม่อยากจะลงทุนอะไรไปแล้วสูญเปล่าเหมือนกัน      ที่สำคัญคือเมื่อตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้วเอาคืนยากหรือเอาคืนไม่ได้เลย     ชีวิตจริงไม่เหมือนเกมส์ที่จะกดรีสตาร์ทได้ใหม่กันบ่อย ๆ     งานยุทธศาสตร์จึงต้องดีมาก     และต้องมีนักแกะโค้ดมือฉมัง คือ นักวิจัย    ไว้คอยช่วยงาน
 
 






 
 
 
 
 
 
 
 
 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ