Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย เกร็ดการทำวิจัย เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 30: งานวิจัยขึ้นหิ้งสิบประการ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เกร็ดการทำวิจัยตอนที่ 30: งานวิจัยขึ้นหิ้งสิบประการ Print E-mail
คมสัน สุริยะ


คำว่าขึ้นหิ้งเป็นคำสบประมาทที่ร้ายแรงสำหรับวงการวิจัย   แปลว่าทำวิจัยไปแล้วก็เท่านั้น  ไม่เห็นเอาไปใช้ทำอะไรได้  



สาเหตุที่งานวิจัยขึ้นหิ้งมีสิบประการ ได้แก่
 

1.    ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเอาไปใช้ทำอะไรอยู่แล้ว

2.    ตั้งใจให้มีคนเอาไปใช้  แต่ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่คนต้องการ

3.    ใช้สถิติผิดอย่างร้ายแรง  จนเกิดความบิดเบือน  อธิบายผลไม่ได้   กลายเป็นภาพมายาไม่น่าเชื่อถือ

4.    ไม่มีอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนั้นในเมืองไทย 

5.     ไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่  หรือที่แย่กว่าก็คือไม่ได้ค้นพบอะไรเลย 

6.     เขียนให้ซับซ้อนไว้ก่อน  จึงเกิดความงงทั้งคนทำคนอ่าน  เลยไม่รู้จะเอาไปใช้อย่างไร

7.    ข้อเสนอที่ได้จากงานวิจัยเป็นเรื่องที่เกินวิสัยของมนุษย์จะทำได้  หรือเสี่ยงเกินกว่าที่จะลองทำ

8.     ล้าสมัยทันทีที่ทำเสร็จ

9.    ขัดผลประโยชน์ผู้มีอำนาจ

10.   ตอบคำถามที่ไม่ดี  ( คำถามที่ไม่ดีมีสิบประเภท  ดูได้จาก เกร็ดการวิจัยตอนที่ 21: งานวิจัยที่อ่อนไปดูตรงไหน)






ทางแก้ไขก็แก้ที่สาเหตุทั้งสิบประการ   เรียงตามลำดับได้แก่


1.    ตั้งใจก่อนว่าต่อไปนี้เราจะทำวิจัยที่เอาไปใช้ได้จริง ๆ ไม่ใช่ทำเล่น ๆ แล้ว  เราจะไม่ทำของเล่นแล้ว 


2.    ลงพื้นที่ไปถามคนที่เราตั้งใจจะให้เอาไปใช้ก่อนว่าเขาต้องการหรือไม่  ถ้าไม่  แล้วเขาต้องการอะไรกันแน่   ถามย้ำว่าเขาต้องการคำตอบเรื่องนี้แน่นะ  เอาจริง ๆ ละนะ   อย่าไปเขียนมั่วว่าผู้นำผลการวิจัยไปใช้  ได้แก่  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย    กรมการพัฒนาชุมชน   ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักเขาเลย  ไม่เคยถามเขาเลยว่าอยากได้คำตอบเรื่องนี้ไหม   


ตำรากล่าวว่าให้ผู้ใช้งานวิจัยมีส่วนร่วมในการทำวิจัยตั้งแต่แรก   ซึ่งถ้าทำได้ก็ดี  แต่เราก็ต้องไปทำความรู้จักกับเขาตั้งแต่ก่อนเริ่มเขียน Proposal     ตัวอย่างงานวิจัยเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาล้านนาที่คุณศิริพร  ศรีชูชาติ เป็นหัวหน้าโครงการ  เป็นเรื่องหนึ่งที่คุยกับผู้ประกอบการและชาวบ้านก่อนที่จะเขียนออกมาเป็น Proposal  แล้วก็ได้ A  จากสภาวิจัยแห่งชาติ  ซึ่งตอนนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายก็รอผลการวิจัยที่กำลังจะออกมาอย่างใจจดใจจ่อ  เพราะเขาเตรียมจะเอาไปทำโปรแกรมทัวร์กันแล้ว





3.    ระวังเรื่องสถิติ  เศรษฐมิติ หรือการวิเคราะห์เชิงปริมาณ   ถ้าไม่แน่ใจว่ารู้จริง ๆ ก็แนะนำให้มีที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ในวงการไว้ในทีม   ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อาจจะไปศึกษาเพิ่มเติมในคอร์สที่เขาเปิดให้อาจารย์หรือนักวิจัยเข้าไปเรียนได้  


ตอนสอนหนังสืออยู่ผมเคยไปเรียนนิวรอลเน็ตเวิร์คส์กับนักศึกษาปริญญาตรีที่ภาควิชาคณิตศาสตร์มาแล้วทั้งเทอม   คนงงกันใหญ่ว่าอาจารย์มาเรียนทำไม  ผมก็ว่าอยากรู้อยากเอาไปใช้  ซึ่งได้ผลดีมาก  ผู้สอนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  อาจารย์ไกรศรนั่นเอง   เราก็ทำหน้าเด็ก ๆ เข้าไว้จะได้กลมกลืน   แล้วก็ตั้งใจเรียนอย่าขาด   


ที่เยอรมันก็เดินทาง 667  กิโลเมตรจากบอนน์ไปคีล  เพื่อเรียน CGE  กับผู้เชี่ยวชาญขนานแท้สัปดาห์ละวัน   ถ้ามีให้เรียนและเขายอมให้เรียนก็ไปเรียนเถอะครับ     ทุกคนไม่แก่เกินเรียน  อย่าถือตัวจนเกินไปโดยเฉพาะช่วงที่อายุยังไม่ถึง 45  เพราะคนที่สอนเรายังแก่กว่าเราเยอะ





4.    พยายามทำอะไรที่สร้างให้เป็นจริงได้ในเมืองไทยจะดีกว่า   ไม่อย่างนั้นต้องขายให้เมืองนอกอย่างเดียว  ถ้ามีช่องทางขายก็ดีไป  ถ้าไม่มีก็ขึ้นหิ้งต่อไป 



5.     ถ้างานวิจัยไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่ก็ลำบากเลย   มักต้องทำส่วนอื่นเพิ่มให้ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและหวังว่าจะพบอะไรที่ดีกว่าเดิม  ซึ่งก็เป็นรื่องใหญ่  เพราะงบประมาณและเวลามักไม่พอ   ถ้าไม่มีเงินเหลือแล้วนักวิจัยก็จะต้องก้มหน้าเสนอผลการวิจัยที่ไม่ได้ค้นพบอะไรนั้นไป  ซึ่งรับรองว่าได้ขึ้นหิ้งแน่    



6.     อย่าเขียนรายงานให้ซับซ้อน  เขียนให้อ่านง่ายไว้ก่อน  แล้วลองให้เพื่อนอ่านดูว่าเข้าใจไหม  (Peer review)  ไม่ต้องอาย  และไม่ต้องโกรธเพื่อนถ้าเพื่อนบอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง   เพราะขนาดเพื่อนยังอ่านไม่รู้เรื่องแล้วใครจะอ่านรู้เรื่อง   ต้องรีบกลับมาปรับปรุง



7.    หา Second best solution  ที่มนุษย์พอจะทำได้  และไม่เสี่ยงเกินไป    ถ้ายังทำไม่ได้ก็หา Third best solution  ลดลงไปเรื่อย ๆ จนกว่ามนุษย์จะทำได้และกล้าลองทำ   เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราเสนอแนะด้วยว่าเขาจะเอาไปทำได้  ไม่ใช่เสนอแนะให้เสร็จไปอย่างนั้น  ใครจะทำได้ไม่ได้อีกเรื่อง  อย่างนั้นก็สมควรโดนขึ้นหิ้ง



8.     ถ้ารู้ว่าจะล้าสมัยแต่เริ่มทำไปแล้วก็ให้รีบทำให้เสร็จโดยเร็ว   ต่อไปเรื่องที่รู้แน่ ๆ ว่าจะล้าสมัยทันทีหลังจากผ่านไปหนึ่งหรือสองปีก็อย่าไปทำ   ถ้าไม่รู้มาก่อนแล้วเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ทำให้มันล้าสมัย  ก็ยกระดับเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ไป  บางทีนักประวัติศาสตร์อาจจะสนใจ  ต้องเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย



9.    ถ้าขัดผลประโยชน์ผู้มีอำนาจก็ช่วยกันภาวนาให้เปลี่ยนตัวผู้มีอำนาจที่ยอมรับผลการวิจัยได้มาบริหารบ้านเมืองแทน   อย่าพยายามเปลี่ยนผลการวิจัยให้เป็นไปตามสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการ   เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องทำวิจัย   ให้เขาสั่งลงไปเลยดีกว่าว่า  Do it now!  และผู้สั่งรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว  นักวิจัยไม่ต้องเอาคอไปแขวนด้วย 



10.   ตั้งคำถามวิจัยให้ดีก่อนเสมอ






 
เมื่องานวิจัยก็ตั้งคำถามดีแล้ว  คนที่จะเอาไปใช้ก็มีแล้ว  เขาก็บอกว่าอยากได้คำตอบจริง ๆ  เราก็ทำออกมาทุกอย่างตามแบบแผนวิจัยที่ดีทั้งหมด  เมื่อได้คำตอบมาแล้วยังไม่ล้าสมัยเกินไป  และสามารถเสนอแนะอะไรบางอย่างที่มนุษย์พอจะทำได้   เขียนรายงานให้อ่านเข้าใจง่าย   แบบนี้ถ้ายังขึ้นหิ้งอีกก็คงต้องขอซื้อหิ้งนั้นแล้วแหละครับเพราะดูดงานวิจัยเก่งจริง ๆ  เผื่อเอามาไว้ที่ห้องทำงานแล้วจะได้ดูดเงินทุนวิจัยเข้ามาเรื่อย ๆ บ้าง   เกร็ดการทำวิจัยก็ดำเนินมาครบ 30  ตอนแล้วนะครับ  ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับด้วยดีเสมอมา








กลับสู่สารบัญ









 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ