Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ตำราเรียน ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ Econ 761: เศรษฐศาสตร์การพัฒนา: ทฤษฎีสำหรับการวิจัย
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















Econ 761: เศรษฐศาสตร์การพัฒนา: ทฤษฎีสำหรับการวิจัย Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
21  พฤศจิกายน 2552


ผมโชคดีที่ได้มาเรียนปริญญาเอกที่เยอรมันในด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา  ผมจึงอยากจะแบ่งปันความโชคดีนั้นให้กับน้อง ๆ นักศึกษาและเพื่อนร่วมวงการ  ตำราเล่มนี้มุ่งใช้สอนวิชา Econ 761: Economic Development ระดับปริญญาโท  ที่คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เนื้อหาเป็นทฤษฎีที่มีผลการวิจัยที่ทันสมัยมารองรับและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิจัยในอนาคตได้ (Research-based)  โดยเน้นไปที่หัวเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจในเวทีวิชาการนานาชาติในปัจจุบัน



บทที่ 1:  เป้าหมายของการพัฒนาและการวัดความกินดีอยู่ดี  (PDF 348 KB)

เป้าหมายของการพัฒนาหลัก ๆ มีด้วยกันสองอย่าง คือ การเพิ่มรายได้ที่แท้จริงต่อหัว (Real per capita income) และการขจัดความยากจน   คำถามคือแน่ใจแล้วหรือว่าแต่ละเรื่องนั้นเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องสำหรับการพัฒนา เพราะในอดีตที่ผ่านมาพบว่าสถาบันระดับโลก เช่น ธนาคารโลก (World Bank) ได้ให้ความสำคัญกับสองเรื่องนี้มากกว่าเรื่องใด ๆ   และพยายามหาดัชนีวัดทั้งสองเรื่องออกมาเพื่อจะบอกว่าประเทศไหนพัฒนาแล้วหรือยังไม่พัฒนา   เนื้อหาในส่วนต่อไปนี้จะได้อภิปรายถึงเป้าหมายแต่ละด้าน ข้อดี ข้อเสีย และทางเลือกอื่นสำหรับการวัดระดับการพัฒนา และประเด็นสำหรับการวิจัยในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองเรื่องนี้



บทที่ 2:  วิธีการหลุดออกจากกับดักความยากจน (PDF 255 KB)

ในบทนี้จะได้อธิบายว่าทำไมคนจนถึงจน   และทำอย่างไรจะทำให้คนพ้นจากความยากจน แนวคิดแรกคือ การพัฒนานั้นต้องการบางสิ่งที่ดี   ซึ่งสิ่งดี ๆ เหล่านั้นเราก็อ่านได้จากผลการวิจัยต่าง ๆ ที่วิเคราะห์ด้วยสิ่งที่เรียกว่า สมการความเจริญเติบโต (Growth equation)   แล้วทางออกก็คือให้เพิ่มสิ่งดี ๆ  เข้าไปในสังคมทีละเล็กทีละน้อยแล้วสังคมก็จะพ้นจากความยากจนได้เอง   อีกแนวคิดหนึ่งกล่าวว่าการที่สังคมจะพ้นจากความยากจนได้นั้นไม่สามารถทำได้เพียงแค่การเติมอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าไปเท่านั้น     หากต้องเติมบางสิ่งที่มหึมาลงไปเพื่อให้เกิดการกระโดดออกจากวงจรเดิมไปสู่วงจรใหม่   เพราะอะไรเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ก่อให้เกิดการก้าวกระโดด และในที่สุดก็ต้องตกลงมาสู่วงจรเดิม




บทที่ 3:  ความเชื่อมโยงระหว่างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ และความยากจน (PDF 350 KB)

 ในบทนี้จะได้ศึกษาถึงสามเรื่องคือ   หนึ่ง ผลกระทบของการกระจายรายได้ที่มีต่อการลดความยากจน สอง ผลกระทบของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีต่อการกระจายรายได้ และสาม ผลของการระจายรายได้ที่มีต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

 



บทที่ 4:  ผลของทำเลที่ตั้งและความอ่อนแอเชิงสถาบันที่มีต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
(PDF 333 KB)

เนื้อหาในตอนนี้จะมาในรูปแบบที่แปลกสักหน่อยคือจะเริ่มจากข้อสรุปแล้วย้อนไปหาวิธีการที่ทำให้ได้ข้อสรุปนั้น เหตุผลเพราะมีงานวิจัยจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง หากเริ่มต้นจากบรรดางานวิจัยเหล่านั้นคาดว่าผู้อ่านจะใช้เวลามากเกินไปและในที่สุดก็จะไปไม่ถึงข้อสรุป   ดังนั้นในส่วนแรกจึงจะได้กล่าวถึงข้อสรุป จากนั้นจะได้กล่าวถึงข้อค้นพบของงานวิจัยสำคัญที่สนับสนุนหรือคัดค้านข้อสรุปนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไป   และท้ายที่สุดจะได้แสดงวิธีการทางเศรษฐมิติของงานวิจัยเหล่านั้นสำหรับผู้ที่สนใจลงลึกในรายละเอียด




บทที่ 5:  ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายแต่ทำไมถึงล้าหลัง (PDF 291 KB)


เรื่องทรัพยากรธรรมชาติเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนเข้าใจกันว่ายิ่งมีทรัพยากรมากก็ยิ่งจะทำให้ประเทศเจริญ แต่แล้วจริง ๆ เป็นอย่างนั้นหรือไม่   ในบทนี้จะแสดงให้เห็นด้วยผลงานวิจัยเชิงประจักษ์จำนวนหนึ่งที่ถือว่าเป็นงานวิจัยชั้นนำของโลก  เนื้อหาในบทนี้จะเริ่มจากงานวิจัยชิ้นสำคัญก่อน แล้วค่อย ๆ ดูรายละเอียดในงานนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้ข้อสรุป    เหตุที่ไม่นำเอาข้อสรุปขึ้นก่อนเหมือนบทที่ 5 เพราะว่าข้อสรุปไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด  




บทที่ 6:  บทบาทของการให้เงินช่วยเหลือระหว่างประเทศกับการพัฒนา (PDF 363 KB)

งานวิจัยด้านการให้เงินความช่วยเหลือระหว่างประเทศนั้นมีออกมาเรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย บ้างก็สนับสนุนงานเดิม บ้างก็แย้งกับงานเดิม และต่างก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในระดับโลกสำหรับการให้ความช่วยเหลือในแนวที่ตนเองต้องการ     ในบทนี้จะได้เริ่มจากข้อสรุปเพราะว่ามีงานวิจัยจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากศึกษาไปทีละชิ้นก็อาจจะทำให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อและในที่สุดก็คงจะไปไม่ถึงข้อสรุป   เนื้อหาจึงจะแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกเป็นข้อสรุป ส่วนที่สองเป็นงานวิจัยแต่ละเรื่องที่ทำให้ได้ข้อสรุปนั้น และส่วนที่สามเป็นรายละเอียดทางเศรษฐมิติของงานวิจัยที่สำคัญ




บทที่ 7:  แบบจำลองครัวเรือนเกษตรในชนบท (PDF 253 KB)

ชนบทเป็นพื้นที่สำคัญของโลกเพราะประชากรโลกมากถึงร้อยละ 75 ? 90 อาศัยอยู่ในชนบท   และประชาชนในชนบทร้อยละ 40 ? 80 เป็นคนยากจน การที่จะทำให้ประชาชนในชนบทพ้นจากความยากจนจึงต้องมาดูว่าคนเหล่านี้ทำงานอะไรกัน ซึ่งก็พบว่าประชากรชายในชนบทประมาณร้อยละ 60 และประชากรหญิงในชนบทประมาณร้อยละ 77 ทำงานในภาคเกษตร ซึ่งภาคเกษตรนี้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึงประมาณร้อยละ 25 ถึง40 ของรายได้ประชาชาติ   เนื้อหาในบทนี้จะเริ่มจากการแนะนำเรื่องเศรษฐกิจการเกษตรว่าแตกต่างจากเศรษฐกิจด้านอื่นอย่างไร หลังจากนั้นจะได้ปิดท้ายด้วยแบบจำลองครัวเรือนเกษตรในชนบท (Agricultural Household Model) ซึ่งเหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์เศรษฐกิจของครัวเรือนในชนบท 




บทที่ 8:  การทำงานนอกตลาดแรงงานปกติ (PDF 245 KB)

การทำงานนอกตลาดแรงงานปกติ (Informal labour market) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากในประเทศกำลังพัฒนาและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ ประมาณกันว่า 70 ? 80% ของแรงงานนอกภาคเกษตรจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยรายได้จากการทำงานแบบนี้   และสร้างรายได้ให้กับประเทศประมาณ 40% ของ GDP      ความรู้เรื่องนี้ในระดับโลกยังมีไม่มากทั้งเรื่องการวัดขนาดเศรษฐกิจที่แน่นอนและผลกระทบต่อความเจริญของประเทศและความยากจน  จึงยังเป็นช่องว่างสำหรับการทำวิจัยที่ประเทศไทยก็น่าจะทำได้  เนื้อหาในบทนี้จะเริ่มกล่าวแนะนำถึงการทำงานนอกตลาดแรงงานปกติ    หลังจากนั้นจะกล่าวถึงทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายจะได้นำเสนอส่วนขยายของทฏษฎีที่ตัวผู้เขียนเองเป็นผู้พัฒนาขึ้น




บทที่ 9:  เศรษฐกิจโตขึ้นได้อีกถ้าเสริมกำลังให้สตรี (PDF 198 KB)


การพัฒนาเศรษฐกิจสามารถประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นอีกหากสตรีได้รับการเสริมกำลัง (Empowerment)  เช่น การศึกษา  เรื่องนี้มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการให้การศึกษาแก่ผู้หญิงมีผลดีต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่จะให้การศึกษากับชาย แต่โดยมากผู้หญิงถูกละเลยไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการศึกษา ยังไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีด้วย ในบทนี้จะเริ่มต้นด้วยปัญหาที่เรียกว่า Missing women คือ โลกที่มีผู้หญิงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะสะท้อนต้นตอของปัญหาว่าทำไมผู้หญิงถึงได้รับการลงทุนทางการศึกษาและสาธารณสุขน้อยกว่าชาย   จากนั้นจะได้กล่าวถึงแบบจำลองความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชี้ให้เห็นว่าการเสริมกำลังให้สตรีจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ





บทที่ 10:  การวัดความกินดีอยู่ดีด้วยความรู้สึกของตัวเอง (PDF 222 KB)


การบอกว่าตัวเองมีความเป็นอยู่ที่ดีแค่ไหน หรือ Subjective well being (SWB) เป็นอีกวิธีหนึ่งสำหรับการวัดความกินดีอยู่ดีของมนุษย์ที่ไม่ได้อิงกับเรื่องเงิน (Non-income measurement) วิธีนี้ได้ชื่อว่ามีความสมบูรณ์ (complete) มากกว่าวิธีที่ใช้เงินเป็นตัววัด   เพราะว่าถึงมีเงินก็อาจจะไม่มีความสุข แต่ถ้าใครสามารถบอกได้ว่าตัวเองมีความสุขนั่นก็จะแปลว่ามีความสุข  เนื้อหาในบทนี่จะเริ่มจากการแนะนำเรื่องความสมบูรณ์ของตัวชี้วัดความกินดีอยู่ดี (completeness) ตามด้วยข้อวิจารณ์การใช้ SWB   จากนั้นจะได้กล่าวถึง Subjective poverty หรือความยากจนที่ตัวเองเป็นคนบอกว่าจนหรือไม่   แล้ววิเคราะห์เรื่องการวัดความยากจนในหลายมิติด้วย SWB     และสุดท้ายเป็นเรื่องข้อควรระวังสำหรับการวัด SWB เปรียบเทียบระหว่างสองช่วงเวลา




ท่านที่ใช้ข้อมูลจากตำราเล่มนี้ กรุณาเขียนอ้างอิงดังนี้ในบรรณานุกรมของท่าน จักขอบคุณมาก

คมสัน สุริยะ. 2552. เศรษฐศาสตร์การพัฒนา: ทฤษฎีสำหรับการวิจัย. เชียงใหม่: คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. [online] www.tourismlogistics.com








Freude, schoener Goetterfunken,Tochter aus Elysium,
ความรื่นเริงยินดี  ความสวยงามที่พระเจ้าประทานให้แก่ลูกสาวแห่งเอลิซิอุม

Wir betreten feuertrunken. Himmlische, dein Heiligtum!
เรารู้สึกปลื้มปิติยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งดุจดั่งได้รับความอบอุ่นจากสวรรค์

Deine Zauber binden wieder was die Mode streng geteilt;

มนต์วิเศษของท่านได้เชื่อมสิ่งที่ไม่คิดว่าจะสามารถเชื่อมถึงกันได้

Alle Menchen werden Brueder wo dein sanfter Fluegel weilt.
มนุษย์ทั้งหลายเป็นพี่น้องกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข  ภายใต้ปีกอันนุ่มนวลแห่งสรวงสวรรค์


-Ode and die Freude-







Link

  • Econ 301:  ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค 1
  • Econ 302:  ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาค 2  
  • Econ 417:  Managerial Economics (ภาคภาษาอังกฤษ)  
  • Econ 408:  ทำวิจัยเป็นใน 45  ชั่วโมง (Research Methods in Economics)
  • Econ 719:  Neural Networks สำหรับการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ (ปริญญาโท)
  • Econ 768:  Modelling in Development Economics (Simulation and Village CGE) (ปริญญาโท)




กลับสู่สารบัญ








 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ