Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน เย็นกายสบายใจ คืนสุดท้ายที่บอนน์
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















คืนสุดท้ายที่บอนน์ Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
26 กันยายน  2552



คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ผมจะได้อาศัยอยู่ที่บอนน์  พรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปเมืองเกิร์ทธิงเก้นและอาศัยอยู่ที่นั่นอีกราวหนึ่งปี  วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้บันทึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับบอนน์  เกิร์ทธิงเก้น  และการเดินทางครั้งนี้



เริ่มต้นการเดินทางด้วยอาการข้อเท้าแพลง  มันจะเป็นเมื่อไรก็ไม่เป็น  มาเป็นเอาวันที่ต้องเดินทางครั้งสำคัญ   ครั้งนี้ผมไม่ไปก็ไม่ได้เพราะต้องไปร่วมงานมหกรรมเศรษฐศาสตร์พัฒนาที่จะเริ่มในวันจันทร์  แถมยังมีหน้าที่พรีเซ้นท์ (เอาเกรด) อีกสองเรื่อง  นอกจากนั้นยังคาบเกี่ยวกับเวลาเข้าหอพักใหม่ซึ่งต้องไปเอากุญแจ   เริ่มต้นก็คือต้องหอบของที่พะรุงพะรังทั้งหลายไปที่โรงแรมก่อน จากนั้นรอจนกว่าจะเข้าเดือนตุลาคมจึงจะหอบของไปเข้าหอใหม่ได้




อาการข้อเท้าแพลงทำให้กังวลว่าจะแบกน้ำหนักไปไม่ไหว  ผมเลยลดโหลดกระเป๋าลงครึ่งหนึ่งแล้วฝากไว้ที่ห้องเพื่อนที่บอนน์   นั่นเป็นข้อคิดว่ามีเพื่อนไว้ดีกว่าไม่มี  และความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ




จริง ๆ แล้วร่างกายของผมค่อนข้างกรอบจากการเดินทางมาตั้งแต่ไปเรียนหนังสือที่คีล แล้วมาปิดท้ายที่การเดินป่าในเกิร์ทธิงเก้น  ทำให้เจ็บโน่นเจ็บนี่ไปหมด  ตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะเป็นครบเกือบทั่วตัวแล้ว  แต่ก็ยังทนได้   เจ็บที่หนึ่งเดี๋ยวก็หาย  แต่มันจะไปเจ็บอีกที่หนึ่ง   ผมคิดว่าเส้นมันไปถึงกันหมด  กดที่หนึ่งไปโผล่อีกที่หนึ่ง




ตอนแรกว่าจะไปหาอะไรที่ชอบกินทิ้งท้ายที่บอนน์  คือ  ขาหมูเยอรมัน แต่คิดไปคิดมาอย่าดีกว่าเพราะตอนนี้ต้องลดโหลดร่างกายไม่ให้หนักเกินไป  ไม่อย่างนั้นข้อเท้าจะรับน้ำหนักไม่อยู่   ก็เลยตัดสินใจกินปลาอยู่ที่หอแทน




บอนน์กับเกิร์ทธิงเก้นต่างกันมาก  บอนน์เป็นเมือง International เพราะเป็นเมืองหลวงเก่า  อุ่นกว่าเพราะมีแม่น้ำไรน์  รถเมล์มาบ่อยกว่า  และมีรถไฟใต้ดิน  ไปไหนมาไหนสะดวก   เกิร์ทธิงเก้นเป็นเมืองการศึกษา  มีขนาดเล็ก ๆ  ประมาณครึ่งหนึ่งของเชียงใหม่ฝั่งแม่น้ำปิงทางที่ติดกับดอยสุเทพ  รถเมล์กว่าจะมาก็ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างเร็ว  และไม่มีรถไฟใต้ดิน  นักศึกษาไปไหนมาไหนต้องใช้จักรยาน  แต่ผมว่าท่าจะไม่ไหวเพราะอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวประมาณศูนย์องศาเซลเซียส   ผมเลยว่ายังไงก็จะซื้อตั๋วรถเมล์ดีกว่าเพราะในรถเมล์มีเครื่องทำความอุ่น (Heater)




ชีวิตการศึกษาที่เกิร์ทธิงเก้นดูจริงจังกว่าบอนน์  เหตุเพราะคนไปไหนไม่ค่อยได้  ทั้งไม่มีที่ให้ไป  (โรงหนังทั้งเมืองมีแห่งเดียว)  และหนาว   เวทีที่คนจะมาสังสรรค์กันได้ก็คือวันที่มีสัมมนาหรือบรรยายพิเศษ (เรียกว่า โคโลเกียม)   นั่นเรียกว่าสังสรรค์แล้ว  เพราะคนจะมาเจอกันยิ้มแย้มแจ่มใสและฟังการนำเสนอของเพื่อน ๆ หรืออาจารย์   บางครั้งเราก็ต้องพรีเซ้นท์งานของเราด้วย  แต่ต้องจองที่ไว้ให้ดีเพราะสัปดาห์หนึ่งมีครั้งเดียว (สัมมนาหนึ่งครั้ง และโคโลเกียมอีกหนึ่งครั้ง)




หลักสูตรที่เกิร์ทธิงเก้นไม่เน้นการเรียน Course work  เขาเขียนว่าให้ลงอะไรก็ได้  2  วิชา (และโดยมากวิชาเหล่านี้จะสอบเป็นการพรีเซ้นท์ ไม่สอบข้อเขียน)  และลงสัมมนากับโคโลเกียม   ผมก็จัดแจงลงทุกอย่างครบในเทอมเดียว   แต่หากเราพบว่าเราไม่รู้วิชาอะไร  หรือต้องรู้อะไรเพิ่มเติมเพื่อให้ทำวิทยานิพนธ์ได้ดีขึ้น  ต้องไปหาเรียนวิชาระดับปริญญาโท  ซึ่งมีให้เลือกนับร้อยวิชา   เขาไม่บังคับ  เราต้องรู้ตัวเอาเอง





คุณภาพของการศึกษาวัดกันที่การพรีเซ้นท์   ที่ดีก็คือทุกครั้งจะมีศาสตราจารย์กลุ่มหนึ่งมาฟังเราเสมอ  อย่างในสัมมนานี่ถือเป็นกลุ่มเล็กจะมีศาสตราจารย์ประมาณ 4 - 5 ท่าน   และในโคโลเกียมจะมีศาสตราจารย์มาฟังประมาณ 30 ท่าน  เขาว่าถ้าเราพรีเซ้นท์ผ่านโคโลเกียมไปได้อย่างสวยงามก็ถือว่าจบ  แต่เราจะมีโอกาสแค่เทอมละครั้งเท่านั้น  เพราะทุกคนต่างมุ่งจองเวลาจนไม่เหลือที่ว่างสำหรับเราเป็นครั้งที่สองในเทอมเดียวกัน   ความเข้มแข็งของโคโลเกียมทำให้นักศึกษาได้รับ feedback ที่เข้มข้น  จนมหาวิทยาลัยไม่ต้องบังคับให้นักศึกษาเอางานไปตีพิมพ์ก่อนจบ  เพราะถือว่าผ่านศาสตราจารย์  30 ท่านนี้ได้ก็หรูแล้ว  แต่หากใครสามารถตีพิมพ์ได้ก่อนจบก็มักจะได้เกรด "ดีเยี่ยม (Excellent)" เป็นรางวัล (ต้องรอไปอีกประมาณ 2 ปี)  แต่ถ้าใครไม่ได้ตีพิมพ์ก่อนสอบวิทยานิพนธ์อย่างมากก็จะได้ "ดีมาก (Very Good)"   





ปัญหาหนึ่งที่ทำให้นักศึกษาไม่ค่อยจบกันเร็วก็คือที่เกิร์ทธิงเก้นจะไม่มีทุนให้ไปออกพื่นที่  นักศึกษาต้องสมัครทุนภายนอกเอาเอง  นี่เป็นข้อที่ ZEF (บอนน์) ดีกว่าที่อื่นเพราะมีทุนให้ออกพื้นที่ทุกคน





ก่อนออกเดินทางไปเกิร์ทธิงเก้นคราวนี้  นอกจากข้อเท้าจะแพลงแล้ว  ยังต้องรีบอ่านบทความที่จะต้องไปพรีเซ้นท์  ผมเป็นคนแรก ๆ ที่จะโดนให้ขึ้นพรีเซ้นท์  ดังนั้นก็ต้องรีบทำ Power point   ก็เลยต้องกลั้นใจทั้งทำงานและกลั้นใจเดิน   ที่ผมปลีกมาเขียนบทความได้นี่คือตอนที่รอให้ข้าวที่หุงไว้สุก  และตอนนี้คิดว่าสุกแล้ว   ผมขอไปทานข้าวก่อน  จากนั้นต้องไปซื้อตั๋วรถไฟ  แล้วก็จะกลับมาอ่านหนังสือ  ทำ Presentation  แล้วพรุ่งนี้เวลาประมาณ 11.00 (เวลาเยอรมัน)  จะได้ฤกษ์ออกเดินทางจากหอพัก   รถไฟจะมารับเวลา 12.14 น.  ผ่านแฟร้งเฟิร์ต แล้วถึงเกิร์ทธิงเก้นเวลา  16.47 น.  แล้วรอรถเมล์มารับเวลา  17.37 น.  จากนั้นจะเข้าที่พักก่อนเวลา 18.00 น. นิดหน่อย   อดเที่ยวงาน แกนเซลีเซ้ล เฟสติวอล  ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับเด็กหญิงที่เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองที่ชื่อว่า  แกนเซลิเซ้ล  ที่หนึ่งปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง 





วันจันทร์เวลา  6.30 ต้องตื่นได้แล้ว  จากนั้นรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  แล้วก็ต้องจัดแจงออกที่พักให้ทันก่อน 8.00 น.  เพื่อเดินไปขึ้นรถเมล์ก่อนเวลา  8.15 น.  จากนั้นก็จะได้เริ่มมหกรรมสัปดาห์เศรษฐศาสตร์พัฒนาที่อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ตอน 9.00 น.





สัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์เราจึงจะไม่ได้พบกันทางเว็ปนี้    ผมจะกลับมาที่บอนน์วันอาทิตย์ (ถ้าขาไม่ระบมจนมาไม่ไหว)  เพื่อมาเอาของที่ฝากเพื่อนไว้  การเดินทางหนึ่งรอบใช้เงินประมาณ 100 ยูโร  แต่ดีที่มีเงินเก็บเหลืออยู่พอจะจ่ายได้   ในคืนวันอาทิตย์นั้นผมก็จะกลับเกิร์ทธิงเก้นเลย   และจะกลับมาบอนน์อีกเป็นครั้งคราว   กว่าที่ผมจะได้เขียนบทความลงเว็ปอีกก็คงอีกสองอาทิตย์จนกว่าจะจัดแจงทุกอย่างลงตัวที่เกิร์ทธิงเก้น





ผมจะคิดถึงทุกท่าน  และก็ขอให้ทุกท่านเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ







กลับสู่สารบัญ



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ