| ทีเด็ดทีขาด |
|
|
|
คมสัน สุริยะ 6 กันยายน 2552 เคยสังเกตไหมว่า ในการแข่งขันกีฬาเมื่อมาถึงเวลาที่ต้องการเอาชนะ นักกีฬามักจะทำไม่ได้ เช่น เทนนิส เมื่อมาถึง Match point นักกีฬามักจะเอาชนะไม่ได้ในทันที หรือ ฟุตบอล เมื่อลูกมาถึงหน้าประตู กำลังจะต้องเตะเข้า นักกีฬาก็มักจะสะดุดหรือป้อแป้ไปเฉย ๆ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะอาการตื่นเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อถึงเวลาสำคัญซึ่งเป็นวินาทีที่จะตัดสินเกมส์ นักกีฬามักจะตื่นเต้น กล้ามเนื้อจะเกร็ง การหายใจจะผิดจังหวะ และอาจถึงกับหน้ามืดเป็นลม อาการนี้เป็นกันได้ทุกคน แม้แต่นักกีฬาอาชีพ คนที่ควบคุมอาการเหล่านี้ได้ดีกว่าจะเป็นผู้ชนะ การควบคุมไม่ให้เกิดอาการเกร็งต้องทำตัวเองให้ "เยือกเย็น" 1. ซ้อมเป็นประจำ 2. เข้าร่วมการแข่งขันใหญ่ ๆ เป็นประจำ 3. มีโค้ช การซ้อมเป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อเคยชิน แล้วจะทำสิ่งนั้นได้เองโดยอัตโนมัติ การเข้าร่วมการแข่งขันใหญ่ ๆ จะทำให้ได้เรียนรู้ที่จะรับกับแรงกดดันหนัก ๆ การมีโค้ช จะมีผู้คอยสังเกตจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง แล้วหาวิธีแก้ไขให้ ทีมฟุตบอลทีมชาติเยอรมันพึ่งได้นักเตะหน้าใหม่เข้ามา คือ เมซุท เออซิล เขาได้แชมป์ยุโรปรุ่นอายุ 21 ปีและถูกเรียกติดทีมชาติเป็นนัดแรก และเขาก็ยิงประตูได้ แบบเยือกเย็น คนเราไม่ได้อยู่ ๆ ก็จะเยือกเย็นได้ทันที เราต้องผ่านการใจร้อนมาก่อน ผ่านความตื่นเต้นมาก่อน และผ่านความผิดพลาดเนื่องด้วยความใจร้อนนั้นมาก่อน นักวิจัยก็เช่นกัน ในการนำเสนอผลงานวิจัย จำเป็นต้องเยือกเย็น การจะทำอย่างนั้นได้ต้องผ่านเวทีมามาก ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ฟังคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ให้สัมภาษณ์ เขาบอกว่า ตอนไปแข่งที่คาร์เนกี้ฮอลล์ เขาไม่กลัวละ เพราะตระเวนแข่งมาเยอะ ทั้งเวทีเล็กเวทีใหญ่ จนทำให้เขา เยือกเย็น ได้ถึงใจจริง ๆ การมี ทีเด็ดทีขาด จะทำให้เราแตกต่าง สังเกตดูเถอะว่า นักวิจัยมือใหม่ เวลานำเสนอมักจะเดินไปเดินมา พูดผิด ๆ ถูก ๆ ตะกุกตะกัก เหลียวมองไปทางนั้นทีทางนี้ที มองพื้น มองเพดาน มองจอ จังหวะก็ผิดไปหมด เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า กลับไปกลับมา และเมื่อถึงเวลาตอบคำถามก็จะเกร็ง และตอบค่อนข้างก้าวร้าว คนที่มีประสบการณ์มามาก เขาจะเฉย ๆ ช้า ๆ ตัวอยู่นิ่ง ๆ แขนกับมืออยู่ในตำแหน่งที่เป็นระเบียบ ตามองผู้ชม เน้นมองบุคคลสำคัญเป็นรายคน แล้วส่งยิ้มนิด ๆ เป็นสัญญาณว่าจะเริ่มแล้ว คำพูดที่กล่าวนำ จะจับใจอย่างบอกไม่ถูก คนดูจะรู้ตั้งแต่ตอนนี้แล้วว่าคนนี้มืออาชีพ จากนั้นจะค่อย ๆ เดินเรื่องไปอย่างเป็นระเบียบ สไลด์จะเตรียมมาเป็นอย่างดี เพื่อ Build อารมณ์คนดูไปในทิศทางที่ต้องการ น้ำเสียง แววตา จะสอดคล้องไปกับอารมณ์นั้น เช่น จริงจัง อ่อนไหว ขบขัน การสรุปลงท้าย หนักแน่น และการกล่าวปิดท้าย เตรียมมาเป็นอย่างดีเพื่อให้เกิดความประทับใจอย่างที่สุด เมื่อถึงเวลาตอบคำถามก็ให้เกียรติผู้ถาม แล้วตอบด้วยความคิดที่เป็นบวก และเป็นมิตร คนดูปฎิเสธไม่ได้ที่จะปรบมือให้เมื่อจบรายการ เพราะมันสนุกมาก แต่ถึงจะเป็นมืออาชีพแค่ไหนก็ต้องเตรียมตัว โดยปกติจริง ๆ แล้ว ต้องมีสคริปสำหรับทุกสไลด์ และอย่าพูดนอกเหนือจากสคริป แต่ต้องซ้อมให้ขึ้นใจ ไม่ใช่อ่านสคริป คำพูดอยู่ในใจ และถ่ายทอดออกมาทางแววตา ท่าทาง และรอยยิ้ม ถ้าไม่ได้ซ้อม ก็จบเหมือนกัน โค้ชของผมเคยถามผมว่า มีวิธีอย่างไรไม่ให้กระวนกระวายก่อนการพรีเซ้นท์ ผมตอบว่า ผมไม่เคยกระวนกระวายก่อนการพรีเซ้นท์มานานแล้ว เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก ๆ นั้นเคยกระวนกระวายอยู่เป็นประจำ แต่พักหลัง เรียนรู้ที่จะเตรียมตัวมาอย่างดี การเตรียมตัวที่ดี จะทำให้มั่นใจ และไม่ทำเกิดความกระวนกระวายเลย แต่ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมา ผมจะรีบ ๆ ร่างคำพูด แล้วถือขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะคำขึ้นต้น และการลงจบ ส่วนที่เหลือจะพยายามพูดให้น้อยที่สุด แต่ถ้าเล่นกันแบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ทำได้เหมือนกัน ถึงไม่ทันจะร่างอะไร ก็ท่องไว้คำเดียว "Think positively." แล้วทุกอย่างจะดีเอง การจะคิดบวกได้ในเวลาคับขันอย่างนั้นก็ต้องซ้อมบ่อย ๆ เช่นกัน ผมมักจะซ้อมตอนอาบน้ำ คิดว่าถ้าเราต้องขึ้นพูดฉับพลันจะพูดเริ่มยังไง ลงยังไง ดังนั้น ไม่มีอะไรที่ฉับพลันจริง ๆ เพราะฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา คนที่ซ้อมอยู่ตลอดเวลา ถึงเวลาทีเด็ดทีขาด ก็จะแสดงให้เห็นว่า "เยือกเย็น" ได้อย่างเหลือเชื่อ เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ต้องสนใจว่าใครเป็นใครที่มาฟังเรา ไม่ต้องคิดว่าเขาเป็นคนใหญ่คนโตแค่ไหน หรือมีความรู้มากแค่ไหน ให้ถือว่าทุกคนเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา ให้ถือว่าทุกคนเป็น "คนธรรมดา ๆ" ที่มีอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งย่อมถูกชักจูงให้คล้อยตามได้ ด้วย "ข้อมูลอันวิเศษ" ของเรา กฏก็เหมือนการเล่นเป่ายิ้งฉุบ ที่กระดาษชนะฆ้อนวันยังค่ำ กฎของเราก็คือ ข้อมูลอันวิเศษ ย่อมชนะ คนที่ชอบบริโภคข้อมูลเช่น บรรดาศาสตราจารย์ วันยังค่ำ นี่สำคัญมาก เพราะคนที่ตื่นเต้นกระวนกระวายก็เพราะเกรงศักดิ์ศรีผู้ฟัง คิดไว้ก่อนแล้วว่า ข้อมูลที่นำเสนอจะไม่สามารถทำให้คนฟังคล้อยตามได้ กลัวไปก่อน เอาเข้าจริง ๆ มันเลยไม่น่าคล้อยตาม เป็นการแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง หากข้อมูลอันวิเศษของเราทำให้บรรดาศาสตราจารย์เกิดมุมมองใหม่ ๆ แล้วโต้แย้งเรา นั่นยิ่งวิเศษ เพราะเขาช่วยเราคิด ข้อมูลอันวิเศษของเรา ได้ล่อให้บรรดาศาสตราจารย์ทำงานให้เรา "ฟรี ๆ" อย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง ผมเคยเห็นอาจารย์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของเยอรมัน เมื่อมีใครทักอะไรในมุมใหม่ ๆ แกจะขอบคุณและรีบจดไว้ในสมุดบันทึกเสมอ แกไม่มีอาการโกรธคนอื่นเลยว่า ทำไมถึงได้มองต่างมุมจากฉัน หรือ ทำไมถึงพูดอะไรออกมาอย่างนั้น ขนาดคนที่เก่งที่สุดเขายังไม่โกรธ แล้วเราเป็นใคร จะโกรธไปทำไม โกรธแล้วได้อะไร พยักหน้า ยิ้ม จดไป แล้วกล่าวกับผู้ชมว่า เชิญเลยนะครับ ขอช่วยพูดแนะนำอะไรสักหน่อย จะขอบคุณมาก เพราะยิ่งเขาแนะนำ เรายิ่งเห็นไพ่ในมือของเขามากแค่นั้น แล้วเมื่อเราไปปรับปรุงอุดช่องว่างตามนั้นได้ ทุกอย่างก็จบ ดังนั้น ลูกศิษย์อาจารย์คมสัน ต้องพรีเซ้นท์เก่งทุกคน จะมาอ้างว่าพูดไม่เก่งไม่ได้ เพราะของอย่างนี้ฝึกกันได้ ถ้าเนื้องานดี แต่พรีเซ้นท์ไม่ดี ก็รับเกรดกลาง ๆ ไปละกัน ถ้าเนื้องานดี พรีเซ้นท์ดี ก็ A เห็น ๆ ถ้าเนื้องานไม่ดี พรีเซ้นท์ก็ไม่ดี เตรียมลงใหม่เทอมหน้า กลับสู่สารบัญกันดีกว่า |
.jpg)



