|
คมสัน สุริยะ
26 สิงหาคม 2552
มีคำถามมาจากทางบ้านว่าถ้าอยากรวยจะทำอย่างไร แล้วรวยนี่ยากไหม ยังมองไม่เห็นทาง
ผมอยากชี้ให้เห็นว่า ธรรมชาติสร้างของสามอย่างมาให้ขายดี
หนึ่ง ของที่แจ๋วจริง อยากได้บ้าง
จินตนาการว่าเวลาต้องเดินไปที่สักแห่งไกลสักสองกิโลแล้วต้องแข่งกับเวลา เราก็อยากจะไปเร็ว ๆ ไปให้ทัน แต่ถ้าเราเห็นคนขี่จักรยานคันหนึ่งแซงเราไป เราจะคิดอย่างไร โอ้ จักรยานนี่ดีจัง ทุ่นแรงได้ ไปได้เร็วดี แจ๋วจริง อยากมีบ้างสักคัน
จากนั้นยังไม่ทันไรก็เห็นรถยนต์วิ่งสวนมา เราจะคิดอย่างไร โอ้ รถยนต์นี่ดีจัง เร็วกว่าจักรยานอีก ฝนตกก็ไม่เปียก แจ๋วจริง อยากได้บ้างสักคัน
ความรู้สึกว่าของสิ่งนั้น "แจ๋วจริง อยากได้บ้าง" ทำให้จักรยานขายดีในยุคที่คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาขาตัวเองในการเดิน และทำให้รถยนต์ขายดีในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรถยนต์ที่ "แจ๋วกว่า" ก็ถูกผลิตออกสู่ตลาดเพื่อทำให้คนเกิดความรู้สึกเหมือนเดิม คือ โอ้ รถรุ่นใหม่นี่แจ๋วจริง อยากได้สักคัน
ไม่ต้องคิดมาก ขนาดเด็ก ๆ เมื่อเห็นของเล่นที่ "แจ๋วจริง" ก็อยากได้เหมือนกัน ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องทำของที่ใช้ได้ ทำของเล่นที่แจ๋วจริงก็ขายได้แล้ว
สอง ของที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต
ของบางอย่างเราไม่ได้บริโภคกันทุกวัน แต่ถ้าได้บริโภคแล้วมันจะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต
คิดง่าย ๆ ว่าในประเทศไทยมีคนที่มีอำนาจซื้อประมาณ 10 ล้านคน ถ้าทุกคนมาซื้อสิ่งที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เรามีขาย แล้วเราได้กำไรครั้งละ 1 บาท แค่นี้เราก็ได้กำไร 10 ล้านบาทแล้ว แต่ถ้าเราได้กำไรครั้งละ 100 บาท เราก็จะได้กำไรรวมแล้ว 1,000 ล้านบาท ก็มากพอแล้วสำหรับชีวิตหนึ่ง
สาม ของที่คนใช้จนติด
โดยปกติแล้วของฟรีมีให้ใช้ในตอนแรกก็เพื่อให้คนจำนวนหนึ่งติด เมื่อติดแล้วต่อไปถ้าไม่ฟรี ก็จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อ มันช่วยไม่ได้เพราะมันติดไปแล้ว
ถ้าผู้ขายเพิ่มราคาขึ้นทีละนิดทีละหน่อยโดยไม่ให้ผู้บริโภครู้ตัว ผลก็คือได้กำไรเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนทำอะไรเพิ่มเลย
ง่ายไหม ใครว่าเงินหายาก
ขอให้ลองทบทวนดูบริการต่าง ๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุก ๆ วัน อะไรที่เคยได้รับแจกมาฟรี ๆ แล้วตอนหลังโดนเก็บเงิน จะเลิกก็ไม่ได้เพราะติดไปเสียแล้ว ถ้าลองคำนวณดูมันเป็นเงินเท่าไรปีหนึ่ง ๆ นั่นไงคือของขายดีอย่างที่สาม
โดยสรุปแล้ว ถ้าคนเข้าใจธรรมชาติอย่างนี้ แล้วทำให้กลมกลืนไปตามธรรมชาติ เรื่องรวยก็จะกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
กลับสู่สารบัญ
|