Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เพลิน เย็นกายสบายใจ สูตรแห่งความสุข...ตำราชีวิตประจำวัน
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















สูตรแห่งความสุข...ตำราชีวิตประจำวัน Print E-mail
คมสัน  สุริยะ
19  กรกฎาคม 2552



ผมได้รับจดหมายเวียนฉบับนี้มาจากอาจารย์ไพรัช  พิบูลย์รุ่งโรจน์  ซึ่งต้องขอบคุณมากที่อุตส่าห์เป็นห่วง   ต้นตอของจดหมายน่าจะมาจากคุณสุทธิชัย หยุ่น  หรือไม่คุณสุทธิชัย หยุ่นก็รับมาอีกที   ผมอ่านแล้วและลองปฎิบัติดูแล้วบางข้อคิดว่าดีมากจึงอยากจะนำมาถ่ายทอดต่อให้กับท่านผู้อ่านโดยทั่วกัน

 
สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้ 

    ๑.   ดื่มน้ำให้มาก    
    ๒.   กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น, ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน
           (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยง และตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน...
            สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
      ๓.กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
      ๔.ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E  นั่นคือ Energy หรือพลังงาน, Enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ Empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
      ๕.  หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
      ๖.   เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย
      ๗.  อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
      ๘.  นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
      ๙.   นอนวันละ 7 ชั่วโมง
     ๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
     ๑๑.ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม  ร้องเพลง  ผิวปาก  และแกว่งแขน
  
  
  
  สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้
  
     ๑.  อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
      ๒.   อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้ายก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก
           
 ณ ปัจจุบัน
      ๓.  อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
      ๔.  อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
      ๕.  อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
      ๖.  จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
       ๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ  คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
      ๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย 
           
เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
      ๙.  ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
      ๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
      ๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
      ๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตร ซึ่งมาแล้วก็หายไป...
             เหมือนโจทย์วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค...แต่คุณแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผ่านบทเรียนนั้นได้  และจะไม่ทำพลาดซ้ำเดิมอีก

      ๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
      ๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...
              เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
 
        

 แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ

      ๑.      อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย
      ๒.     จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
      ๓.     จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
      ๔.     จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
      ๕.     พยายามทำให้คนยิ้มได้ทุกวัน
      ๖.      คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย
      ๗.     งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ 
              
ดังนั้น อย่าได้ทำตัวให้ต้องเสี่ยงทางสุขภาพที่จะทำให้เรากลายเป็นภาระของพวกเขาเหล่านั้น
  
  

  และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้ 

       ๑.   ทำสิ่งที่ควรทำ
       ๒.   อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้งไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
       ๓.   เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
       ๔.  ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
       ๕.  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้า คนที่เราร่วมงานด้วย...get up, dress up
              and show up.
       ๖.   สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
       ๗.   ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
       ๘.  เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า
 



และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด
 
ส่งบทความนี้ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วยก็จะดีมากครับ





กลับไปสู่สารบัญ




 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ