| ผมอยากให้คุณรู้จักกับ Anne-Sophie Mutter แล้วชีวิตจะดีขึ้น |
|
|
|
คมสัน สุริยะ Anne-Sophie Mutter เป็นเด็กอัจฉริยะทางไวโอลิน ผมพึ่งได้รู้จักเธอเมื่อคืนนี้ทางทีวี เปิดมาพบในช่องหนึ่งเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ กำลังเล่นไวโอลินก็คิดว่าคงไม่แปลกอะไร และกำลังจะเปลี่ยนช่อง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเพลงที่เธอเล่นนั้นจะเพราะมาก มันเกินกว่าที่เด็กควรจะเล่นได้ เธอเล่นเพลงเดียวกับที่ผมเคยได้ยินจากที่อื่นหลายครั้ง แต่เพราะกว่ามาก อารมณ์ของเพลงออกมาได้หมดจดอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็ก ๆ เท่านั้น ในทีวีเธอยังเล่นอีกหลายเพลง แต่ละเพลงใช้เทคนิคยาก ๆ ทั้งนั้น เธอเล่นได้อย่างดีมาก แน่นอนว่าเธอดังมากตั้งแต่ตอนนั้น ความโด่งดังของเธอทำให้ผู้ใหญ่จำนวนมากต้องการพบเธอ และเมื่อเธอเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ คนทั่วไปก็อยากฟังเสียงไวโอลินของเธอ คุณหล่ะอยากลองฟังดูสักเพลงไหม ก่อนที่ผมจะพูดถึงเธอต่อ Violin Concerto No.1 in A minor Track 1 (Allegro moderato) ถ้าเพลงไม่เล่นเองให้กดที่เครื่องหมาย || ในกรอบสี่เหลี่ยมสองครั้ง Sonata for Violin and Piano in F major (Adagio) เสียงเพลงที่เล่นออกมา เหมือนเสียงร้องที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาจากภายใน เหมือนคนพูด เหมือนคนร้องเป็นเพลงออกมา ไม่แข็ง ไม่เกร็ง ไม่ได้เล่นเพื่อแสดงต่อหน้าใคร แต่ออกมา เพราะเพลงมันต้องออกมาอย่างนั้น จึงทำให้เพราะมาก เพราะจับใจ สะกดคนฟัง ให้อยู่ในภวังค์ เธอรู้ sense ของเพลง เพลงนั้นมีอารมณ์ว่าอย่างไร เศร้า หรือ มีกำลังใจ มันไม่ใช่เพียงแค่เล่นไปตามตัวโน๊ต เธอใช้หูฟังเสียง และสัมผัสกับอารมณ์ของเพลง เธอให้ทุนแก่เด็กสาวชาวเกาหลีคนหนึ่งให้มาฝึกเล่นไวโอลินกับเธอ เมื่อเธอบอกให้ลองเล่นดู เด็กสาวเกาหลีก็เล่นอย่างสุดฝีมือ ซึ่งเด็กคนนี้ขึ้นชื่อว่ามีพรสวรรค์มากที่สุดอีกคนหนึ่ง แต่เพลงที่เล่นออกมาแทบฟังไม่ได้ Anne-Sophie แทบทนฟังไม่ได้ บอกให้แก้ไขรอบแล้วรอบเล่าจนอ่อนใจ เพราะว่าเพลงไม่มีอารมณ์ นักดนตรีไม่มีอารมณ์ นักดนตรีตั้งใจเพียงแต่จะโชว์ทักษะเท่านั้นว่าฉันเล่นดี แต่นักดนตรีไม่ได้ "เล่า" อะไรออกมาให้คนฟังฟังเลย Anne-Sophie ตอนที่อายุน้อยกว่าสาวเกาหลีคนนี้เธอเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรื่องเทคนิคไม่ต้องพูดถึง เธอถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องเล่นได้ แต่เธอกำลังบอกทุกคนว่าเธอจินตนาการไปตามเพลงนี้ว่าอย่างไร มันออกมาจากข้างใน มันเป็นภาพที่เธอเห็นไปตามเพลง และสื่อออกมา เป็นเรื่องเล่า เป็นเรื่องเป็นราว เป็นบทเพลง คนฟังรับรู้ได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร และเธอเห็นอะไรในเพลงนั้น ผู้ฟังจึงตั้งใจติดตามเนื้อเรื่องอย่างใจจดใจจ่อ อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ แล้วเรื่องที่เด็กน้อยคนนี้เห็นจะจบลงอย่างไร เมื่อเพลงจบลง คนฟังก็ซาบซึ่ง ตรึงใจ ปรบมือกึกก้องด้วยความประทับใจ นักดนตรีโค้งคำนับ พอใจกับเพลงที่ตนเองเล่นออกไป ครูคนแรกที่สอนเธอ ตอนนี้อายุมากแล้ว คุณครูเก็บรูปพัฒนาการของ Anne-Sophie ไว้ทุกฉากทุกตอนในอัลบั้มเล่มใหญ่ ครูบอก Anne-Sophie ว่า "เล่นไปเลย เล่นไปอย่างที่เธอต้องการ" คำพูดนี้ Anne-Sophie จำมาใช้ติดตัวอยู่เสมอในทุกคอนเสิร์ต เธอจะยิ้ม สบตา และบอกกับวาทยากรรุ่นน้องก่อนขึ้นเวทีว่า "Enjoy!" เธอไม่ได้โชว์เทคนิค ทั้ง ๆ ที่เทคนิคของเธอดีมาก คนฟังก็มองข้ามเรื่องทางเทคนิคไปแล้ว เพราะเทคนิคทำได้ราบรื่นมาก สิ่งที่จดจ่ออยู่คือเนื้อเรื่อง อารมณ์ของเรื่อง การขมวดเรื่อง ไคลแม็กซ์ของเรื่อง การหักมุขในตอนสำคัญ และการลงจบ เปรียบเสมือนคนดูหนังของสปีลเบิร์กที่มองข้ามเรื่องเทคนิคไปแล้ว แต่ดูว่าสปีลเบิร์กกำลังเล่าเรื่องอะไร สปีลเบิร์กกำลังจูงใจให้คนรู้สึกถึงอะไร ยกตัวอย่างเรื่อง Schindler's list (เพลงประกอบแต่งได้สะเทือนใจมากขอแนะนำให้ฟังจนจบเพลง (เพลงนี้แต่งโดย John Williams อัจฉริยะอีกคนหนึ่งผู้แต่งเพลง Star Wars ด้วย) และตัวอักษรในกระดาษนั้น หนึ่งบรรทัดคือชื่อของคนหนึ่งคนที่รอดพ้นจากการถูกนำไปฆ่าซึ่ง Schindler ได้ช่วยชีวิตไว้ รวมทั้งคนที่กำลังใช้เครื่องพิมพ์ดีดในรูปซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ Schindler ด้วย (อิซัค ชเติร์น นักบัญชี) ในภาพ Schindler ชี้ไปที่เครื่องพิมพ์แล้วพูดว่า เพิ่มเข้าไป เพิ่มคนนี้เข้าไปอีกคนหนึ่ง นี่อีกคนหนึ่ง และนี่อีกคนหนึ่ง เพิ่มเข้าไป ๆ ๆ ด้วยความเร่งรีบและมุ่งหมายจะช่วยชีวิตผู้คนเหล่านั้นให้ได้ด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีอยู่ ถึงตอนจบของเรื่อง Schindler เสียใจมากที่เขาน่าจะช่วยเหลือได้อีกสักคนหรือสองคนด้วยทรัพย์สินที่เหลือติดอยู่กับตัว เขาทรุดลงและร้องไห้ท่ามกลางบรรดาผู้คนนับพันที่เขาช่วยชีวิตไว้ได้สำเร็จ) อีกเรื่องคือ Saving Private Ryan ที่ทั้งสองเรื่องทำให้เราไม่ต้องการเห็นสงครามและการเข่นฆ่าระหว่างมนุษย์ด้วยกันเกิดขึ้นอีกเลย สปีลเบิร์กถ่ายทอดความรู้สึกออกมาผ่านภาพยนตร์ได้อย่างจับใจ Anne-Sophie ก็ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาผ่านเสียงเพลงได้อย่างจับใจเช่นกัน ทั้งสองต่างเป็นอัจฉริยะในการจินตนาการและสื่อสารออกมาสู่ผู้ชม เสียงเพลงของ Anne-Sophie Violin Concerto in E minor (Andante) สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวในความรู้สึก สะท้อนความเป็นศิลปินในตัวเธอ ความมองโลกในแง่ดี ทุกครั้งที่เธอให้สัมภาษณ์ เธอจะพูดไปยิ้มไป เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ความจริงจังในการใช้ชีวิตและการฝึกฝน ความเชื่อมั่นในตัวเอง ความเคลิ้มฝันในเสียงเพลง จินตนาการตามเสียงเพลง การสร้างภาพตามเสียงเพลง การเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน สู่แห่งหนที่ไม่รู้จักมาก่อน หรือบางแห่งอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี ความปลดปล่อยให้จิตใจปราศจากสิ่งรบกวนใด ๆ แล้วเติมลงไปด้วยเสียงเพลงเท่านั้น ทำให้ชีวิตในขณะจิตนั้นมีแต่เสียงเพลงเพียงเท่านั้น มันจึงชัดเจน และยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงชม Anne-Sophie นักหนา เหตุผลนอกจากความยอดเยี่ยมของเธอ และความที่เธอเป็นชาวเยอรมัน บทเรียนเหล่านี้ใช้ได้เป็นอย่างดีกับการนำเสนองานวิจัย เราไม่สักแต่นำเสนอเหมือนสาวเกาหลีคนนั้น เราทำให้คนฟังรักเราเหมือนที่พวกเขารัก Anne-Sophie Mutter และหลายท่านถามว่าแล้วชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร ผมขอตอบว่าชีวิตดีขึ้นได้แน่นอน เมื่อเข้าใจการถ่ายทอดพลังออกมาจากภายใน เพราะมนุษย์ต่างมีศักยภาพที่เหมือนกันคืออนันต์สู่อนันต์ Anne-Sophie Mutter แสดงให้เราเห็นถึงวิธีใช้พลังที่อยู่ข้างในนั้น ด้วยความมองโลกในแง่ดี ด้วยความจริงจังในการใช้ชีวิตและฝึกฝน ด้วยอิสรภาพแห่งจินตนาการ และด้วยกุญแจง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "Enjoy! เล่นไปเลย เล่นไปอย่างที่เธอต้องการ" อย่าได้กลัวอะไร ชีวิตเราไม่ได้อยู่เพื่อแสดงอะไรให้ใครดู ไม่ต้องแคร์คนดู จงทำเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัวของเราเอง แต่จงทำให้ดีที่สุด ตั้งใจให้ถึงที่สุด แล้วจะมีคนดูเราเอง ไม่มีใครสามารถปฎิเสธของดีได้ ขนาดผมยังไม่กล้าเปลี่ยนช่องเลย เพราะว่า Anne-Sophie Mutter เล่นเพลงได้เพราะมาก เพราะกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยได้ยิน ก็บอกแล้วว่า เธอยอดเยี่ยมที่สุด (Anne-Sophie Mutter ได้รางวัลมากมาย มีอยู่รางวัลหนึ่งเทียบเท่ากับโนเบลทางดนตรี) ปิดท้ายกันที่รวมสุดยอดเพลงของ Mozart บรรเลงโดย Anne-Sophie Mutter ขอให้ทุกท่าน Enjoy! นะครับ
|
.jpg)



