Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home เคล็ดลับวิจัย เกร็ดการทำวิจัย เกร็ดการวิจัยตอนที่ 31: คริสตอลเคลียร์
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















เกร็ดการวิจัยตอนที่ 31: คริสตอลเคลียร์ Print E-mail

คมสัน  สุริยะ
10 มิถุนายน 2552


มีน้องนักศึกษาคนหนึ่งเมลมาถามผมเรื่องหาหัวข้อทำวิทยานิพนธ์  แล้วก็เล่าว่าอยากทำเรื่องอะไร  ทั้งกำชับให้ผมตอบกลับว่าดีหรือไม่  ผมก็ไม่ได้เขียนตอบไปเป็นเวลานาน  แต่ก็ยังคิดอยู่ตลอดว่าเรื่องที่น้องคนนั้นต้องการทำเป็นวิทยานิพนธ์ทำไมมันถึงดูติด ๆ ขัด ๆ หรืออาจใช้คำว่าไม่ "ปิ๊ง" ในทันทีที่อ่าน


วันนี้ผมคิดออกแล้วจึงได้มาเขียนตอบและแชร์กับท่านผู้อ่านในเรื่องนี้


สาเหตุที่หัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ไม่ปิ๊งในทันทีนั่นก็เพราะความคิดมัน "ไม่เคลียร์"   อาจารย์มิ่งสรรพ์ชอบพูดชมงานวิจัยของคนโน้นคนนี้ว่า     "คริสตอลเคลียร์ ! " ผมได้ยินแล้วก็คิดว่ามันคงใสมาก  แต่ก็ไม่รู้ความหมายที่ชัดเจนของมัน และไม่ได้จังหวะถามอาจารย์มิ่งสรรพ์สักที



คริสตอลเคลียร์  หมายถึง  รู้ว่าจะทำอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ  เป็นเหตุเป็นผลกัน และปราศจากอคติอันเกิดจากการเลือกที่รักมักที่ชัง


มันหมายความง่าย ๆ ได้ว่าไอเดียใสปิ๊ง  จนทำให้คนอ่าน ปิ๊ง ไอเดียนั้นไปด้วย



สาเหตุที่วิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยไม่ คริสตอลเคลียร์ ก็เพราะว่า

หนึ่ง  ยังมองไม่เห็นทะลุตั้งแต่ต้นจนจบว่าจะทำอะไร  หรือเรียกว่า "ยังไม่รู้ครบวงจร"
สอง  ยังมีความขัดแย้งกันระหว่างบางสิ่งบางอย่างในเรื่อง  ของบางอย่างก็ทำลงไปโดยไม่มีเหตุผล  
สาม  เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ชอบ  และเลี่ยงสิ่งที่ไม่ชอบหรือไม่อยากทำ  


สามสิ่งนี้ทำให้อ่านดูแล้วหัวข้อวิทยานิพนธ์นั้นจึงดูไม่เป็นธรรมชาติ  เพราะไม่ได้เป็นไปอย่างที่ธรรมชาติของเรื่องนั้นควรจะเป็น  อ่านแล้วจึงมีคำถามตามมามากมายว่า  ทำไมไม่ทำอย่างนั้น  ทำไมถึงทำอย่างนี้  ซึ่งนักศึกษาก็อึกอักที่จะตอบเพราะบางอย่างไม่รู้  บางอย่างดำน้ำใส่เข้าไปให้เยอะไว้ก่อน  บางอย่างรู้ทั้งรู้ว่าควรทำแต่ก็ไม่อยากทำ




ทางแก้ก็ง่ายมาก  ทำได้ดังนี้

หนึ่ง  พยายามคิดให้จบ  ไม่จำเป็นต้องจบรอบยาว  เอารอบสั้น ๆ ก่อน  เป็นการฝึกคิดให้จบ
สอง  พยายามให้เหตุผลว่าทำไมเราต้องทำ
สาม  อย่าหนีอะไรที่มันดูยาก  เพราะมันอาจจะไม่ยากอย่างที่คิด  เช่น  ตอนผมทำปริญญาโท ผมหนีเรื่อง CGE แทบตาย  ขนาดเพื่อนจูงมือไปเรียนก็ไม่ยอมไป  ตอนนี้เป็นไงต้องนั่งรถไฟไปเรียนไกลแสนไกลทุกสัปดาห์  หนีไม่ออกแล้ว  และเมื่อเราไม่หนีมัน เราก็จะพบว่ามันไม่ได้ยากเกินวิสัยของมนุษย์  อาจารย์ก็ใจดีค่อย ๆ สอน จับมือค่อย ๆ ทำ  เดี๋ยวก็เป็นเอง  แล้วงานวิทยานิพนธ์ก็จะดูดีขึ้นมาก


มาถึงวันนี้แล้วผมมองย้อนกลับไปดูงานวิจัยเก่า ๆ ของผม  ผมถึงเข้าใจอาจารย์มิ่งสรรพ์ว่าทำไมไม่เคยชมผมว่า คริสตอลเคลียร์ สักที   ก็เพราะว่ามันไม่ได้มีเป้าหมายชัดเจน  ไม่ได้มีที่มาที่ไปถึงเหตุผล  และมักจะหลบ ๆ หลีก ๆ งานที่ตัวเองไม่อยากทำอยู่เสมอ   


ผมจึงต้องปรับปรุงตัวเองด้วยเหมือนกัน   ในคราวที่นำงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกไปนำเสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษาฟังที่เกิร์ทธิงเก้นในวันที่ 4 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา  ผมสลัดอคติของตนเองทิ้งตั้งแต่พบว่าผลการศึกษาออกมาขัดแย้งกันเอง  ผมจำใจต้องยอมรับสภาพว่าผลการศึกษาออกมาไม่ดี  และพยายามหาทางไปต่อที่พอจะเป็นไปได้  ตอนแรกยอมรับว่ามืดมน  แต่ค่อย ๆ คิดไปตามธรรมชาติของเรื่องนั้น  ไม่นานก็เจอทาง  แต่ต้องใช้เทคนิคพิศดารอีกหลายอย่างที่ผมไม่มีความรู้  ผมตัดสินใจลงเรียนทุกอย่างที่ผมไม่รู้เหล่านั้น  ทั้ง ๆ ที่ทำให้เสียเวลา  เสียหน้า  เสียแรง  และเสียเงินอีกเยอะ  แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมสลัดอคติทั้งหมดออกไปได้   ในที่สุดวิทยานิพนธ์ที่ปราศจากอคติและเรียบเรียงใหม่ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลตั้งแต่ต้นจนจบนั้น  ผมได้นำเสนอไปและได้รับคำชมจากอาจารย์ว่า  Idee ist klar.  แปลว่าความคิดเคลียร์   นั่นแหละคือคำที่ผมต้องการได้ยินในชีวิตการเป็นนักวิจัย



ถึงเวลาที่ผมจะ คริสตอลเคลียร์ กับเขาสักที


ผมว่า  "ความคิดที่เคลียร์"  นี้เองที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเริ่มต้นทำวิทยานิพนธ์  ดังนั้นสำหรับน้องที่เขียนเมลมาถามผมก็ได้รับคำตอบแล้วนะครับว่าต้องทำให้ความคิดของน้องเคลียร์ก่อนว่าจะทำอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ  มีเหตุผลอะไรทำไมต้องทำอย่างนั้น  และอย่าหนีสิ่งที่น้องไม่ชอบหรือไม่อยากทำ  ขอให้ประสบความสำเร็จครับ 



ตอบคำถามของแฟนรายการ

เนื่องจากมีแฟนรายการเขียนมาถามอยากให้ขยายความเพิ่มเติมในเรื่องนี้  ผมจึงอยากจะเรียนว่า  คริสตอลเคลียร์  จะเกิดขึ้นในช่วงเสนอโครงร่างงานวิจัย (Proposal)  เมื่ออาจารย์ถามว่า  ทำไมต้องทำเรื่องนี้  และทำไมต้องทำอย่างนี้   ถ้าเราตอบได้ก็ถือว่าเราเคลียร์ในระดับหนึ่ง   ถ้าอึก ๆ อัก ๆ ก็แปลว่ายังไม่เคลียร์


คริสตอลเคลียร์  ยังเกิดขึ้นได้ในช่วงการเสนอผลการวิจัยเบื้องต้น  เมื่อเรื่องบางเรื่องอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เคยคุยกันไว้ในช่วงเสนอโครงร่างงานวิจัย  หรือพูดง่าย ๆ ว่าทำเกินกว่าที่พูดไว้  หรือทำนอกเหนือไปจากที่พูดไว้   แล้วถ้าอาจารย์ถามว่า  ทำไมต้องทำจุดนี้ และทำไมต้องทำอย่างนี้   หากตอบได้ก็ถือว่าเคลียร์  


คริสตอลเคลียร์  ยังเกิดขึ้นได้ในช่วงนำเสนอผลการวิจัย   การที่นักวิจัยสามารถอธิบายได้ตั้งแต่ต้นจนจบว่า  ทำเรื่องอะไร  ทำไมต้องทำเรื่องนั้น  ทำด้วยวิธีอะไร  ทำไมต้องทำด้วยวิธีนั้น   ได้ผลออกมาว่าอย่างไร   ทำไมถึงได้ผลออกมาเป็นเช่นนั้น  และสรุปแล้วค้นพบอะไร   หากสามารถอธิบายได้ชัดเจนก็ถือว่าเคลียร์


ตัวอย่างของงานวิจัยที่ถือว่าคริสตอลเคลียร์   ให้ลองดูวิทยานิพนธ์ที่สอบผ่านแล้ว  ซึ่งย่อมต้องเคลียร์   หากไม่เคลียร์ก็คงจะไม่สามารถสอบผ่านได้    นอกจากนั้นให้ลองดูในวารสารวิชาการที่มีคณะกรรมการกลั่นกรอง   เพราะหากได้รับการตีพิมพ์ย่อมแสดงว่าเคลียร์ในระดับหนึ่ง   


สิ่งที่ยังอาจจะไม่เคลียร์  เช่น  โครงร่างวิทยานิพนธ์  อาจจะสอบผ่านแต่ยังไม่เคลียร์  เพราะว่าอาจารย์อาจจะให้ลองทำดูก่อนแล้วดูว่าจะพบปัญหาติดขัดตรงไหน    อีกอย่างคือบทความที่เสนอในการประชุมวิชาการ  ที่เรียกว่า  Proceeding  ซึ่งอาจจะยังไม่เคลียร์  เพราะว่าส่วนหนึ่งเป็นการเสนอผลงานที่เสร็จใหม่ ๆ  ที่ต้องการคอมเม้นท์จากผู้ฟังไปปรับปรุงงานให้ดีขึ้น 





กลับไปหน้าสารบัญ
  

 

 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ