|
เลือกอยู่ที่ไหนไม่ได้ เลือกเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกได้ |
|
|
|
คมสัน สุริยะ
8 มิถุนายน 2552
ผมมีโอกาสเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยคีล (Kiel) และเกอร์ทธิงเก้น (Goettingen) ประเทศเยอรมนีอยู่ช่วงหนึ่ง ได้ข้อคิดว่ามหาวิทยาลัยของเขาเลือกที่จะตั้งอยู่ที่คีลและเกอร์ทธิงเก้นไม่ได้ แต่ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีคุณภาพการศึกษาระดับโลก อีกทั้งมีภารกิจให้การศึกษาแก่ผู้คนในท้องถิ่น เท่ากับว่าคนถิ่นนั้นโชคดีสองต่อ คือ มีมหาวิทยาลัยอยู่ใกล้บ้านและเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก
ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาคมีอยู่เรื่องหนึ่งชื่อว่าการส่งสัญญาณ (signalling) มหาวิทยาลัยคีลและเกอร์ทธิงเก้น ส่งสัญญาณว่าพวกเขาเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกจากอะไร
หนึ่ง จำนวนผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับคุณภาพงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในสังคมโลก
สอง จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์
เอาง่าย ๆ สองข้อนี้ก่อน
เดิมผมเคยมีความคิดว่าการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการนานาชาติเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น เพราะผมมุ่งให้ผู้ใช้ผลการวิจัยโดยตรงเอาไปใช้จริงได้ก็พอ การตีพิมพ์เป็นเรื่องเสียเวลาและไม่รู้ว่าใครจะอ่านหรือเปล่า ส่วนเรื่องการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ก็คิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้เวลาเช่นกัน อีกทั้งไม่ขอก็คงไม่เป็นไรเพราะเห็นคนอื่นก็ไม่เห็นขอกัน ตอนนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว
การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติและการขอตำแหน่งศาสตราจารย์มีความหมายในเชิงการส่งสัญญาณ เหมือนกับปริญญาบัตร เราเก่งแต่ไม่มีใครเอาเพราะเราไม่มีปริญญาเอก ก็เหมือนกับมหาวิทยาลัยที่มีผลงานมากมายที่มีคุณภาพระดับโลกแต่ไม่ได้ตีพิมพ์ เหมือนผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบแต่งตัว คุณโคโนสุเกะ มัตซึชิตะ ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เคยเขียนเอาไว้ว่า ถึงคุณจะเก่งเพียงใดถ้าไม่ดูแลทรงผมก็จะไม่มีใครอยากร่วมงานหรือทำการค้าด้วย ผมคิดว่าคำกล่าวนี้เป็นการอธิบายเรื่องการส่งสัญญาณได้อย่างชัดเจนในรูปแบบที่ไม่ใช่เศรษฐศาสตร์
เราเลือกอยู่ที่จังหวัดไหนไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะส่งสัญญาณว่าเราเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกได้ เราเลือกที่จะแต่งตัวให้สวยงามได้ ผมคิดว่านับแต่วันนี้จะแคร์เรื่องการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น และตั้งเข็มว่าจะต้องตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติและขอตำแหน่งศาสตราจารย์ให้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อตัวผมเอง และอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยของเรามีสัญญาณที่ดีในสังคมวิชาการโลก ท่านใดที่คิดว่าความคิดของผมถูกต้องก็ขอให้ช่วยกันตีพิมพ์ผลงานของท่านในวารสารวิชาการนานาชาติ และช่วยกันขอตำแหน่งศาสตราจารย์ ผมคิดว่าไม่ได้ยากจนเกินไปหากไม่ Say NO กับตัวเองเสียก่อน มันอาจจะใช้เวลาบ้าง เริ่มต้นวันนี้เพื่อห้าปีข้างหน้า
กลับสู่สารบัญ
|