Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home ทางข้างหน้า ก้าวไปสู่ระดับโลก ยิ่งค้นคว้าวิจัยมากยิ่งได้เปรียบ
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















ยิ่งค้นคว้าวิจัยมากยิ่งได้เปรียบ Print E-mail
Written by คมสัน สุริยะ   
Friday, 17 April 2009 09:16

วันนี้ผมได้โอกาสสนทนากับอาจารย์ไกรศร จิตธรธรรม อีกครั้ง หัวข้อการสนทนาคือความสำเร็จด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผลกระทบของการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ผมได้มองตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่อีกครั้ง


ท่ามกลางภาวะวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2552 อาจารย์ไกรศรให้ความหวังว่าเมืองไทยในที่สุดจะเจริญ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองเปิด คนไทยมีโอกาสใช้สินค้าที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ และความต้องการนี้ที่จะผลักดันให้คนไทยพยายามดิ้นรนค้นหาวิธีการหาเงินตราต่างประเทศเพื่อมาซื้อสินค้านำเข้า หลักการนี้ท่าน ว. วชิรเมธี เรียกว่าใช้กิเลสเพื่อสร้างความเจริญให้ตนเอง



สิ่งที่ยังเป็นปัญหาคือประเทศไทยได้เงินตราต่างประเทศมาด้วยการขายสินค้าเน้นปริมาณแต่มีมูลค่าเพิ่มน้อย ไม่ว่าเรื่องการท่องเที่ยว การส่งออก การทำสินค้าของที่ระลึก สินค้าและบริการต่าง ๆ ยังโลว์เทค ค่าตอบแทนที่คนไทยได้ยังต่ำ และมักใช้วิธีการลอกเลียนสินค้าและตัดราคาเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน



ผมถามถึงทิศทางการวิจัยที่ควรจะเป็น อาจารย์ไกรศรตอบว่างานวิจัยของมหาวิทยาลัยควรเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มของสิ่งต่าง ๆ ให้สูงขึ้น ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องขยับเทคโนโลยีไปเป็นขั้นไฮเทคมากขึ้นอีก แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยเวลาในการสะสมองค์ความรู้ที่เป็นเรื่องไฮเทคเหล่านั้น  



งานวิจัยบางเรื่องเสนอผลตอบแทนทางเศรษฐกิจออกมาดีมาก แต่จะดีจริงหรือไม่ให้ลองถามนักวิจัยว่ากล้าที่จะลงทุนทำเป็นธุรกิจเองหรือไม่ ถ้าดีจริงก็น่าจะลงทุนทำเองไปแล้ว แต่โครงการเหล่านั้น ๆ อาจจะมีต้นทุนที่มองไม่เห็นและความเสี่ยงที่มองไม่เห็นอีกมาก ซึ่งไม่ได้รายงานไว้หรือคำนวณไว้ในรายงานวิจัย หากได้รายงานไว้อาจจะทำให้ผลตอบแทนการลงทุนเปลี่ยนเป็นไม่น่าสนใจไปเลยก็เป็นได้



ผมดีใจที่อาจารย์ไกรศรมองว่างานวิจัยเรื่องการพัฒนาสินค้าของที่ระลึก และการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญา ของผมกับคุณศิริพร และอาจารย์พิศมัย มาถูกทางแล้ว แต่ต้องพยายามเน้นไปที่ให้ขายได้ (ตัวสินค้าและตัวการท่องเที่ยวแบบใหม่) และสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้นอีก  



การจุดไฟกองเล็ก ๆ ขึ้นมาด้วยเงินทุนวิจัยของภาครัฐไม่ควรปล่อยให้มอดดับไป กองไฟควรใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ งานวิจัยควรสร้างผลตอบแทนได้จริง ซึ่งจะเป็นเงินทุนที่ใช้ขยายโอกาสทางธุรกิจให้กว้างใหญ่ขึ้น รวมทั้งขยายโครงการวิจัยให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย



งานวิจัยในบริษัทเอกชนเป็นงานวิจัยที่เน้นการใช้ประโยชน์จริง เพราะเมื่อภาคธุรกิจยอมควักเงินลงทุนทำวิจัยเองก็ย่อมต้องการผลที่ใช้ได้จริง นักวิจัยภาคเอกชนเห็นรางวัลและการลงโทษที่ชัดเจน ถ้าทำออกมาแล้วไม่ได้ผลนักวิจัยเหล่านั้นก็คงไม่มีงานทำอีก



งานวิจัยในมหาวิทยาลัยพยายามที่จะปรับตัวเองจากหิ้งไปสู่ห้าง ทางหนึ่งคือการร่วมมือกับเอกชนหรือชุมชนที่ต้องการใช้ผลวิจัยนั้น ถามเอกชนตรง ๆ ว่าอยากรู้อะไร คำถามโดยมากจะนำไปสู่การทำกำไรของเอกชน อีกทางหนึ่งนักวิจัยก็ควรต้องลงมาติดดินเพื่อดูว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ยิ่งในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจยิ่งต้องวิจัยหาวิธีรักษาลูกค้าไว้ให้ได้สุดชีวิต



โดยปกติมหาวิทยาลัยใช้เวลามากในการสะสมองค์ความรู้และหันเหทิศทางการวิจัยเพื่อไปสู่การค้า ซึ่งยิ่งมหาวิทยาลัยค้นคว้าวิจัยมาก แม้จะเป็นการลองผิดลองถูก ก็ยิ่งจะเข้าใกล้เป้าหมายนี้ไปเรื่อย ๆ การเปลี่ยนแปลงบางทีก็ต้องการเวลา ดังนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หากต้องการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกก็คงต้องหาโอกาสทำวิจัยให้มากขึ้น อุปมาดั่งการถมหินลงทะเล ซึ่งสักวันก็คงจะกลายเป็นเกาะกลางทะเลขึ้นมาได้




หลังจากจบการสนทนา ผมพอจะมองเห็นทิศทางการเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยที่จะมุ่งไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป ภาษีของพี่น้องประชาชนที่ผมจะได้ใช้เพื่อเป็นทุนวิจัยจะกลับไปตอบแทนพี่น้องประชาชนอย่างคุ้มค่า อาจารย์ไกรศรผู้เปรียบเสมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายภาพนั้นก็เดินจากไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขเพื่อรอที่จะพบกันใหม่ในโอกาสต่อไป  






กลับสู่สารบัญ




 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ