Tourism Logistics - โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว

Home Tourism Logistics Research papers การวิเคราะห์ระบบโลจิสติกส์สำหรับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนในล้านนา
Welcome


Tourism
Logistics



CMSE
Conference



Journal EEQEL




คลังหนังสือ
Komsan
Suriya



















การวิเคราะห์ระบบโลจิสติกส์สำหรับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนในล้านนา Print E-mail
 
คมสัน สุริยะ, ศิริพร ศรีชูชาติ และ กันต์สินี กันทะวงศ์วาร
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กรกฎาคม 2551



การศึกษานี้ได้ศึกษาห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ในเป็นสองส่วน ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมบริการ โดยในอุตสาหกรรมการผลิตทำการศึกษาจำนวน 2 อุตสาหกรรม คือ การผลิตสินค้าที่ทำจากไม้เป็นหลัก ในจังหวัดเชียงใหม่ และผ้าม่อฮ่อมและผ้าพื้นเมือง ในจังหวัดแพร่ ซึ่งมีประเด็นการศึกษาจำนวน 4 ประเด็น ดังนี้ 
ประเด็นที่ 1: ความพึงพอใจและปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางถนน
ประเด็นที่ 2: การวิเคราะห์แยกองค์ประกอบของการตั้งค่าบริการขนส่งสินค้าทางบก
ประเด็นที่ 3: พฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการกับผลกระทบจากความขาดแคลนไม้และภาวะน้ำมันแพง
ประเด็นที่ 4: ห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ของการผลิตผ้าม่อฮ่อมและ ผ้าพื้นเมืองจังหวัดแพร่
 
ในการศึกษาอุตสาหกรรมบริการได้ศึกษาระบบโลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยวชุมชน และการผลิตข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวผ่านโบรชัวร์ ซึ่งมีประเด็นการศึกษาจำนวน 2 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1: การวิเคราะห์ระบบการจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในชุมชนที่ให้บริการท่องเที่ยว
ประเด็นที่ 2: การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารด้านบริการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับจากโบรชัวร์
 
การศึกษาทั้งสองส่วน และใน 6 ประเด็นดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ พ.ศ. 2548 ? 2551 ซึ่งมีผลสรุปการศึกษาในแต่ละประเด็นดังนี้


ประเด็นที่ 1: ความพึงพอใจและปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางถนน
 
ต้นทุนโลจิสติกส์ของกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของยอดขาย และต้นทุนโลจิสติกส์ของกิจการผลิตสินค้าที่ทำจากไม้ไผ่คิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของยอดขาย เมื่อวัดต้นทุนโลจิสติกส์โดยคิดเป็นสัดส่วนกับต้นทุนการผลิตแล้วพบว่าทั้งสองอุตสาหกรรมมีค่าใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 ? 13 ของต้นทุนการผลิต  
 
บริการรับสินค้าจากหน้าโรงงาน (door-to-door) เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดแต่การรถไฟฯ ยังไม่มีบริการนี้ นอกจากนั้นข้อจำกัดในการกระจายสินค้าไปยังต่างจังหวัดเป็นอุปสรรคทำให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนไม่นิยมใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟ กลุ่มลูกค้าที่จะมาใช้บริการของรถไฟหากไม่ไปรับสินค้าถึงที่หน้าโรงงานมีอยู่เพียงจำกัด คือ เฉพาะผู้ประกอบการที่มีสถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่านั้น ในที่นี้คือกลุ่มผู้ประกอบการในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการที่อยู่ห่างไกลกว่านี้มีโอกาสน้อยมากที่จะหันมาใช้บริการของรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจชุมชนที่แทบจะไม่ใช้บริการของรถไฟเลย เพราะอยู่ในอำเภอห่างไกลและขนส่งสินค้าจำนวนน้อยจึงนิยมขนส่งสินค้าด้วยรถกระบะส่วนตัวมากกว่าใช้บริการของรถไฟ

ประเด็นที่ 2: การวิเคราะห์แยกองค์ประกอบของการตั้งค่าบริการขนส่งสินค้าทางบก
 
ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางถนนในปัจจุบันใช้บริการรับสินค้าจากหน้าโรงงาน (door-to-door) ครองใจผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งนี้เพราะเป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องขับรถส่งสินค้ามาด้วยตัวเองถึงจุดรับสินค้าในเมือง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ประหยัดไปได้นี้ ผู้ประกอบการยอมจ่ายให้ผู้รับขนส่งสินค้าที่มารับสินค้าถึงหน้าโรงงานนั้นแทน โดยการศึกษานี้คำนวณออกมาแล้วว่าเป็นเงินประมาณ 87 บาท สำหรับการขนส่งสินค้าหนึ่งชิ้นที่มีขนาดประมาณ 30 กิโลกรัม การขนส่งด่วนพิเศษซึ่งรับประกันว่าสินค้าจะถึงปลายทางภายใน 1 คืนเป็นบริการเสริมที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับสอง ส่วนในอันดับสาม คือ บริการส่งไปยังจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพฯ และอันดับสี่ คือ การมีจุดรับสินค้าใกล้กับสถานประกอบการ 
 
สูตรการตั้งค่าบริการขนส่งสินค้าทางบก มีสูตรดังนี้คือ ระยะทางขนส่งคูณด้วย 0.94 บาทต่อกิโลเมตร น้ำหนักสินค้าคูณด้วย 4.67 บาทต่อกิโลกรัม การให้บริการหีบห่อมีค่าบริการเพิ่มอีก 144 บาท และการมีบริการรับสินค้าถึงหน้าโรงงานมีค่าบริการเพิ่มอีก 87 บาทต่อชิ้น (ชิ้นละประมาณ 30 กิโลกรัม) แล้วนำผลรวมมาลบด้วย 811 บาท จะได้เป็นค่าขนส่งสินค้าโดยประมาณ

ประเด็นที่ 3: พฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการกับผลกระทบจากความขาดแคลนไม้และภาวะน้ำมันแพง
 
การศึกษานี้สรุปได้ว่าพฤติกรรมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนมีผลต่อการลดผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพงและความขาดแคลนไม้ได้จริง โดย พฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการเสริมสร้างศักยภาพในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และการสำรวจตลาดเป็นประจำ
 
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์ในการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตมากกว่าวิสาหกิจชุมชน ทั้งในเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจำ การอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ การใช้ไปรษณีย์อิเล็คทรอนิคส์ (e-mail) เป็นประจำ และการหาข้อมูลของบริการขนส่งประเภทอื่นหรือผู้ให้บริการรายอื่นที่สามารถให้ค่าขนส่งที่ถูกกว่า แต่ความเข้มข้นของการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตยังไม่มากพอที่จะทำให้ช่วยลดผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพงลงได้


ประเด็นที่ 4: ห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ของการผลิตผ้าม่อฮ่อมและผ้าพื้นเมืองจังหวัดแพร่

ระบบโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมผ้าม่อฮ่อมและผ้าพื้นเมืองของจังหวัดแพร่มีปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าวัตถุดิบและเวลาที่ใช้ไปในการผลิตจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value added) ได้มากขึ้นเท่าใด การไม่ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ในส่วนนี้ทำให้เกิดปัญหาสินค้าค้างสต๊อกและการตัดราคากันเองระหว่างผู้ขาย แม้ว่าจะสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ในการขนส่งได้เท่าไรก็จะสูญเปล่าเพราะผู้ประกอบการจะใช้ต้นทุนที่ลดได้นั้นมาตัดราคากันเองต่อไป

ประเด็นที่ 5: การวิเคราะห์ระบบการจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในชุมชนที่ให้บริการท่องเที่ยว

 
ประเด็นเรื่องอาชญากรรมในชุมชนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะผู้คนในชุมชนที่ให้บริการท่องเที่ยวยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว มีความเป็นมิตร และอยู่อาศัยด้วยความสงบสุขเป็นปรกติ นอกจากนั้นยังมีกำลังตำรวจชุมชนเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนั้น อาหารที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยและสะอาดตามสมควร ห้องน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ปัญหาเรื่องยุงลายและ ไข้เลือดออกแทบจะไม่มีเพราะมีการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
 ปัญหาในด้านโลจิสติกส์ด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวคือศักยภาพด้านการให้การรักษาพยาบาลแก่นักท่องเที่ยวในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สังเกตได้ว่าบุคลากรในพื้นที่และความพร้อมด้านอุปกรณ์การรักษาพยาบาล เวชภัณฑ์และแพทย์ ยังไม่พร้อมที่จะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ ไม่เพียงเท่านั้นการลำเลียงนักท่องเที่ยวออกมาจากพื้นที่อาจจะมีความยากลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน 

ประเด็นที่ 6: การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารด้านบริการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับจากโบรชัวร์


การผลิตข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวที่ส่งไปยังนักท่องเที่ยวซึ่งจัดเป็น information flow ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่สะท้อนผ่านโบรชัวร์ คือ เมืองที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งกายและใจด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืนพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
 แม้ว่าการผลิตข้อมูลเพื่อนำเสนอแก่นักท่องเที่ยวผ่านโบรชัวร์จะมีการเปิดเสรีแต่ถูกควบคุมโดยกลไกทางสังคม ทำให้โบรชัวร์ไม่ได้นำเสนอด้านลบของเมืองเชียงใหม่และไม่มีการนำทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางสังคมมาใช้ในทางที่ผิดจนเกินกว่าที่คนเชียงใหม่จะยอมรับได้  
 โดยภาพรวมแล้ว โบรชัวร์จึงนำเสนอภาพทางบวกของเชียงใหม่เป็นหลัก กลไกตลาดทำให้ข้อมูลข่าวสารด้านสถานที่พักแรมมีสัดส่วนมากที่สุดในบรรดาข้อมูลข่าวสารที่ผลิตออกมา แต่ก็ไม่ใช่เพียงกลไกตลาดเท่านั้นที่ทำงานในการผลิตข้อมูลข่าวสาร เพราะเอกชนจำนวนหนึ่งร่วมผลิตข้อมูลการท่องเที่ยวของเชียงใหม่โดยภาพรวมแล้วแจกฟรี ซึ่งเสี่ยงต่อการไม่ได้รับค่าตอบแทนในการลงโฆษณา แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ทำให้ได้รับผลดีทั้งสองฝ่าย (win-win) ทั้งเมืองท่องเที่ยวและผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารนั้น  



อ่านทั้งหมด ติดต่อซื้อหนังสือได้ที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ISBN 978-974-672-333-6 พ.ศ. 2551 จำนวน 289 หน้า ราคา 500 บาท 
หรือ หากหนังสือหมดแล้ว ท่านสามารถอ่านได้ที่
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม



 

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เนื้อหาในเว็บไซต์ิ์

ผู้เขียนไม่หวงห้ามที่ท่านจะคัดลอกบทความ บนเว็บไซต์นี้ไปใช้ในรายงานของท่าน  

แต่ขอความกรุณาเพื่อนนักวิชาการ เพื่อนผู้ทำเว็ปไซต์ 
น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ทุกท่าน 
ได้โปรดเขียนอ้างอิงในรายงานของท่านตามหลักสากล

การไม่เขียนอ้างอิงดังกล่าวถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์
และมีความผิดตามกฎหมาย  
 
 ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ